ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 13-08-2009, 23:19
สายท่าขนุน's Avatar
สายท่าขนุน สายท่าขนุน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 754
ได้ให้อนุโมทนา: 135,535
ได้รับอนุโมทนา 128,366 ครั้ง ใน 5,033 โพสต์
สายท่าขนุน is on a distinguished road
Wink ประวัติและคำสอนของหลวงปู่สิม

มาทยอยลงขึ้นเรื่องไว้เพราะมีหลายหน้า จะได้ทราบและค่อย ๆ อ่านไปพิจารณาไป


หลวงปู่สิม ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๒ ตรงกับวัน ศุกร์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีระกา
เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. ที่บ้านบัว ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร
บิดามารดาของท่านชื่อ นายสาน นางสิงห์คำ วงศ์เข็มมา มีพี่น้องร่วมบิดามารดา รวม ๑๐ คน
ในคืนที่หลวงปู่เกิดนั้น ประมาณเวลา ๑ ทุ่ม โยมมารดาของท่านเคลิ้มหลับไป
ก็ได้ฝันเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง มีรัศมีกายสุกสว่างเปล่งปลั่ง แลดูเย็นตาเย็นใจอย่างบอกไม่ถูก
ลอยลงมาจากท้องฟ้าลงสู่กระต๊อบกลางทุ่งนาของนาง
ต่อมาเวลาประมาณ ๓ ทุ่ม นางคำสิงห์ก็ให้กำเนิดเด็กน้อย ผิวกายขาวสะอาด
นายสานผู้เป็นบิดาได้ตั้งชื่อให้ ว่า “สิม” หมายถึงโบสถ์ อันบ่งบอกถึงความใกล้ชิดพระพุทธศาสนา
ซึ่งต่อมาท่านก็ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ บำเพ็ญสมณธรรมจนตลอดชั่วชีวิตของท่าน ...

หลวงปู่สิม เป็นพระกรรมฐาน เป็นศิษย์รุ่นแรก ๆ ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ
เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของท่านคือการนั่งขัดสมาธิเพชร
ท่านเน้นย้ำเสมอว่า การนั่งสมาธิภาวนา ใจต้องเด็ด
นั่งขัดสมาธิเพชรนี้แหละจะช่วยให้จิตใจอาจหาญขึ้นมาได้ โดยน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า
เมื่อครั้งก่อนตรัสรู้ พระพุทธองค์ทรงนั่งขัดสมาธิเพชรใต้ต้นโพธิ์ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน
แลกกับการตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาน
ท่านว่าการปฏิบัติจะให้ได้ผล ต้องปล่อยวางร่างกายลงไป
ปล่อยวางความหมายมั่นในรูปร่างกาย
ทั้งต้องระลึกถึงความตายให้ได้ทุกลมหายใจเข้าออก
จึงจะชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท
ท่านพระอาจารย์มั่นได้พยากรณ์ไว้ว่า
“.. ท่านสิมเป็นดอกบัวที่ยังตูมอยู่ เบ่งบานเมื่อใด จะหอมกว่าหมู่” ..
__________________
การรักษากำลังใจสำคัญที่สุด...ได้ดีอย่าฟู แล้วขณะเดียวกันว่า ถ้าได้ร้ายก็อย่าฟุบ ให้เห็นว่ามันเป็นปกติของมัน เรื่องของมัน
ถ้ามันดีมาพออาศัยได้ก็ดีกับมันไป ถ้าหากว่ามันไม่ดีมา เราอยู่กับมันก็ให้รู้อยู่มีสติอยู่ ถึงเวลาก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว...
กำลังใจของเราพลาดแม้แค่วินาทีเดียวนี่ อาจจะหมายถึงแพ้ทั้งกระดาน

อะไรมันก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับต้องเกิดใหม่ มันเป็นทุกข์ เป็นโทษสุด ๆ จริง ๆ
กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๕๑

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายท่าขนุน : 14-08-2009 เมื่อ 12:47
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 67 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สายท่าขนุน ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา