ดูแบบคำตอบเดียว
  #7  
เก่า 25-02-2016, 14:11
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 19,424
ได้ให้อนุโมทนา: 77,197
ได้รับอนุโมทนา 3,228,558 ครั้ง ใน 22,808 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า "เรื่องของกีฬาสมาธิ ที่อาตมาเคยทำมาก็คือ อ่านหนังสือไป มือนับลูกประคำไป ใจหนึ่งภาวนาไป สนุกมาก ใครสามารถทำได้ ชีวิตนี้จะมีรสชาติขึ้นอีกเยอะ แต่...แต่ถ้ารักษาอารมณ์ภาวนาไม่เป็น เราจะภาวนาด้วยแล้วอีกใจหนึ่งฟุ้งได้ด้วย ถ้าใครเจอแบบนั้นก็ตัวใครตัวมัน แต่วิธีแก้ง่ายมากเลย คือให้กลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออกของเราอย่างเดียว ไม่ต้องไปสนใจอย่างอื่น เป็นการซ้อมกีฬาสมาธิอย่างหนึ่ง

อาตมาเองส่วนใหญ่แล้วจะแหกคอกชาวบ้านเขา แต่ก็ไม่ได้ไปไกลนะ คืออะไรที่คนอื่นทำได้เราต้องทำได้ และเราต้องทำให้ได้มากกว่าเขา ก็เลยกลายเป็นอะไรที่ประหลาด ๆ ในสายตาคนอื่น คนที่พยายามเลียนแบบอาตมาด้วยการอ่านหนังสือตอนทำวัตร รับประกันได้ว่าอ่านอย่างเดียว สวดมนต์ไม่ได้ ฉะนั้น...ไม่ต้องเลียนแบบ ยกเว้นว่าจะไปแอบฝึกเอาเอง

เรื่องของกีฬาสมาธิถ้าเราฝึกซ้อมเอาไว้บ่อย ๆ จะช่วยได้เยอะตรงที่ว่า ทำให้เราไม่เบื่อง่าย โดยเฉพาะคนฝึกใหม่ ๆ จะเบื่ออะไรง่ายมาก ที่เบื่อง่ายเพราะว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้เราทำอะไรเร็วขึ้น เห็นว่าระบบ ๕G ของการสื่อสารเข้ามาถึงเมื่อไร จะเป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงชนิดพริบตาเดียว คลิกปุ๊บเข้าปั๊บได้เลย ก็จะทำให้เราใจร้อนใจเร็วขึ้นอีกเยอะ เพราะฉะนั้น...สภาพจิตของเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสมาธิเอาไว้ ไม่อย่างนั้นแล้วเราจะไม่มีหลัก แล้วก็ไหลตามกระแสโลกไป

ถ้าโยมช่างสังเกตจะเห็นว่าวัดท่าขนุนไม่มีโทรทัศน์ เพราะโทรทัศน์พาเด็กรุ่นเก่า ๆ เสียมาเยอะแล้ว ตั้งแต่เปลี่ยนการใช้มือบิดมาเป็นการใช้รีโมต ตั้งแต่นั้นมาเด็กทุกคนมีการรับรู้ที่ขาดเป็นชิ้น ๆ ไม่พอใจก็กดเปลี่ยนช่องโน้นช่องนี้ไปเรื่อย ๆ ทำให้ความสนใจไม่ต่อเนื่อง ขาดสมาธิ เป็นโรคสมาธิสั้น ฉะนั้น...เด็กรุ่นเก่าหน่อยที่เสียเพราะรีโมตทำให้สมาธิสั้น ความรู้ความจำไม่ต่อเนื่อง หลุดเป็นชิ้น ๆ เด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาหน่อยหนึ่งจะเป็นโรคเบื่อง่าย เพราะถึงเวลาก็ไปนั่งเขี่ยไลน์คุยกับเพื่อน สารพัดเรื่องจะเอามาเม้าท์กัน เพิ่งจะเดินห่างกัน ๓ ก้าวก็ส่งไลน์หากันแล้ว ทำให้สภาพสังคมของเราห่างไกลจากการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-02-2016 เมื่อ 16:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 66 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา