ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 01-11-2010, 08:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 22,730
ได้ให้อนุโมทนา: 86,707
ได้รับอนุโมทนา 3,642,334 ครั้ง ใน 26,184 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ของผมเองถ้าหากว่าโยมทำบุญมามากหน่อย บางทีผมก็ถามเอาดื้อ ๆ ว่า เขียนตัวเลขผิดหรือเปล่า ? หรือไม่ก็หยิบผิดหรือเปล่า ? เพราะบางทีตัวเลขเยอะมาก

พระพุทธเจ้าทรงสอนพระภิกษุสามเณรให้ทำตัวเหมือนกับแมลงผึ้ง แม้ว่านำน้ำหวานไปจากดอกไม้แล้ว ก็ไม่ทำให้ดอกไม้นั้นชอกช้ำ ถ้าเราทำตัวเป็นคนขอไม่รู้จักพอ ญาติโยมเขาจะรังเกียจ

บาลีเขาบอกไว้ชัด ททมาโน ปิโย โหติ* ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ผู้ขอเป็นที่รังเกียจ พระมหากัสสปะไปถึงเมืองอาฬวี** เชื่อไหมว่าคนแตกตื่นหนีกันหมดเลย เขาบอกว่าชาวบ้านเหล่านั้นหวาดระแวงขนาดว่า เหลือบไปเห็นวัวก็กระโดดหนี เพราะสีของวัวคล้ายจีวร นึกว่าวัวเป็นพระ..!

เพราะว่าพระภิกษุของเมืองอาฬวีทั้งหลายเหล่านั้น ขอจนชาวบ้านเขาระอา พระพุทธเจ้าถึงได้บัญญัติไว้ว่า ไม่ให้ขอของจากบุคคลที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ปวารณา*** ญาตินี้เขานับเอาสายเลือดโดยตรง ขึ้นไป ๓ ลงมา ๓ นับขึ้นก็คือ พ่อ ปู่ ทวด ถ้าสายแม่ก็ แม่ ยาย ยายทวด

ถ้าลงมาคือ ลูก หลาน เหลน ส่วนเขยและสะใภ้ไม่นับเป็นญาติ เพราะฉะนั้น..ถ้าเราไปขอส่งเดช บุคคลที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ปวารณา ถ้าเขามีศรัทธาก็ดีไป ถ้าไม่มีศรัทธา ความเสียหายใหญ่ก็จะมาถึง

เสียหายอันดับแรกก็คือ เขาเห็นว่าเราเป็นนักบวช แต่ว่าขอไม่รู้จักพอ ทำให้เขาขาดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา บุคคลที่เลื่อมใสอยู่ ก็อาจจะหมดความเลื่อมใสไป บุคคลที่ไม่เลื่อมใสอยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่เลื่อมใสหนักขึ้นไปใหญ่

ถ้าหากเขาตำหนิด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ ก็กลายเป็นเรากำลังสร้างนรกให้เขา หลวงพ่อวัดท่าซุง**** สอนผมว่า “ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปขอ ถึงจำเป็นก็ไม่ควรขอ ถ้าเราตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ถ้าโยมเขาไม่สงเคราะห์ เราก็ยอมอดตาย” แต่ผมยังไม่เห็นว่าโยมที่ไหนเขาจะไม่สงเคราะห์ ถ้าคุณตั้งใจทำดีกัน



หมายเหตุ :
*สํ.ส. ๑๕/๓๑๖
**พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ : พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ : ขุททกนิกาย : ชาดก ภาค ๑ : เรื่องที่ ๓ : มณิกัณฐชาดก
***พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ : พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ : มหาวิภังค์ ภาค ๒ : จีวรวรรค : สิกขาบทที่ ๙
****พระราชพรหมยาน(วีระ ถาวโร ป.ธ. ๔) วัดจันทาราม(ท่าซุง) ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-11-2010 เมื่อ 02:33
สมาชิก 85 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา