กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๖ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=130)
-   -   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๖ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=9216)

ตัวเล็ก 06-01-2023 20:10

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๖
 
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๖



เถรี 07-01-2023 00:26

วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เรื่องงานของกระผม/อาตมภาพวันนี้คงไม่ต้องพูดถึง แต่อยากจะมาพูดถึงคณะผ้าป่าจากสถานีวิทยุทหารอากาศ ๐๑ มีนบุรีที่มาทอดที่วัดเราแทน

คณะนี้ตั้งแต่ยังออกอากาศที่สถานีวิทยุทหารอากาศ ๐๑ บางซื่อ ดำเนินการโดยคุณอาคม ทันนิเทศ ก็เดินทางไปแสวงบุญทั่วประเทศไทย ถ้าหากเห็นว่าวัดไหนมีสิ่งสำคัญที่ควรจะบูรณปฏิสังขรณ์ให้ดี ก็จะไปอาสาเป็นเจ้าภาพทำให้ อย่างเช่นการไปบูรณะวัดปงสนุก เป็นต้น

ในส่วนนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกล่าวถึง ส่วนที่กระผม/อาตมภาพอยากจะกล่าวถึงก็คือว่า วันนี้มีพระมาในขบวนผ้าป่า และอยู่ในลักษณะของผู้นำญาติโยมมาด้วย แต่คราวนี้พระที่ท่านมาเพิ่งบวชได้แค่ ๒ เดือน..!

ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจนะครับว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พระนวกะศึกษาเรียนรู้จากพระอุปัชฌาย์อาจารย์ ๕ พรรษาเป็นอย่างน้อย เพื่อที่จะได้ไม่ไปกระทำสิ่งหนึ่งประการใดที่ผิดพลาดจากพระธรรมวินัย ซึ่งสถานเบาก็ทำให้ญาติโยมเสื่อมศรัทธา สถานหนักอาจจะต้องอาบัติหนักอย่างสังฆาทิเสสหรือว่าปาราชิกไปเลย..!

เถรี 07-01-2023 00:26

เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้วเป็นที่นิยมของวัดวาอารามเป็นส่วนใหญ่ เขาใช้คำว่า "พาโยมไปเที่ยว" สมัยที่กระผม/อาตมภาพบวชไม่กี่พรรษาก็มี "พิชิตทัวร์" "ชัยวัฒน์ทัวร์" จนกระทั่งโดนหลวงพ่อวัดท่าซุงทุบเงียบไป หลังจากสิ้นท่านแล้วค่อยโผล่ขึ้นมาใหม่

เรื่องนี้พวกเราต้องระมัดระวังให้ดี เพราะว่าแม้แต่กระผม/อาตมภาพก็โดนคนทองผาภูมิถามว่า "ทำไมพระอาจารย์ไม่พาญาติโยมไปทำบุญที่โน่นที่นี่บ้าง ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า มี ๒ เหตุผลด้วยกัน

เหตุผลแรกก็คือ "โยมตามฉันไม่ทัน" คือ ตั้งแต่สมัยฆราวาสแล้ว ถ้าหากว่าไปไหนแล้วใครช้า ต่อให้สุดเหนือสุดใต้ กระผม/อาตมภาพก็ทิ้งเลย ให้หารถกลับกันเอง ก็เข็ดหลาบไปตาม ๆ กัน ถ้าหากว่าเป็นญาติโยมชาวทองผาภูมิในระยะก่อนหน้านี้ คาดว่าโดน
กระผม/อาตมภาพทิ้งทั้งคณะ..!

เหตุผลที่สองก็คือ "งานการหน้าที่มีมาก" ไม่มีเวลาที่จะพาโยมไปในลักษณะอย่างนั้น แต่ว่าวัดวาอารามอื่น ส่วนใหญ่แล้วเขานิยมทำกัน เพราะว่าอยู่ในลักษณะของการรักษาศรัทธาญาติโยมเอาไว้ ซึ่งตรงนี้ กระผม/อาตมภาพไม่เห็นมีความจำเป็นอย่างนั้น

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ากระผม/อาตมภาพไม่ชอบคลุกคลีกับหมู่คณะ โดยเฉพาะถ้าท่านทั้งหลายสังเกต จะเห็นว่าในทองผาภูมินี้ อันดับแรกเลย กระผม/อาตมภาพแทบจะไม่ไปเหยียบบ้านใครเลย ประการที่สองก็คือไม่บอกบุญ ไม่เรี่ยไร

ในเมื่อเป็นอย่างนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะพาญาติโยมไปเที่ยวอย่างที่ทุกคนเขาทำกัน เพราะว่าบอกบุญก็ไม่บอกบุญ เรี่ยไรก็ไม่เรี่ยไร บ้านเขาก็ไม่ไปเหยียบ แล้วแถมโยมยังตามไม่ทันอีกต่างหาก โอกาสที่กระผม/อาตมภาพจะทำตัวเป็น "หัวหน้าทัวร์" บ้างจึงไม่มี

เถรี 07-01-2023 00:28

แต่คราวนี้ส่วนใหญ่แล้วพระภิกษุสามเณรสมัยนี้ มักจะคิดว่าตนเองมีความรู้ทางโลกมาก มั่นใจตัวเอง ทำให้ไม่ใส่ใจในพระธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระองค์ท่านบัญญัติเอาไว้อย่างไร ประมาณว่า "กูแน่พอ" ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไปวัดโน้น วัดนี้ วัดนั้น บางทีก็ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือว่าตนเองศึกษากิจวัตร วิธีวัตร อาคันตุกะวัตรครบถ้วนสมบูรณ์หรือยัง? ไปแล้วทำผิด เขาก็ตำหนิมาถึงครูบาอาจารย์

ถ้าหากว่าผิดพลาดให้ญาติโยมเขาเห็น เขาก็เสื่อมศรัทธา แล้วการเสื่อมศรัทธาไม่ได้เสื่อมแต่ตัวเรา เสื่อมเสียมาถึงวัด เสียมาถึงครูบาอาจารย์ เสียถึงพระพุทธศาสนา พูดง่าย ๆ ว่าไปในลักษณะอย่างนั้น มีแต่เสมอตัวกับขาดทุน โอกาสกำไรนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ใครที่คิดจะทำอย่างนั้นเพื่อรักษาญาติโยมเอาไว้ กระผม/อาตมภาพขอเตือนว่าอย่าได้เสียเวลาไปทำเลย

หลายท่านไม่ได้ไปแค่ในประเทศ ถึงขนาดไปต่างประเทศ แรก ๆ ก็ไปอยู่ในลักษณะพาโยมไป อย่างเช่นว่าไปไหว้สังเวชนียสถานทั้ง ๔ พอถึงเวลาเห็นช่องทางมากขึ้น แทนที่จะพาโยมไปแสวงบุญ ก็กลายเป็นจัดทัวร์เพื่อหาเงิน..!

เรื่องพวกนี้จะเป็นไปตามแต่กิเลสชักนำเรา ที่กระผม/อาตมภาพเคยพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า แรก ๆ ทุกคนบวชมาด้วยเจตนาดีทั้งนั้น อยากจะบวชปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ อยากจะช่วยเหลือจรรโลงพระพุทธศาสนา แต่พออยู่ไป ๆ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เข้ามา เจตนาก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่จะทำเพื่อพระพุทธศาสนา ทำเพื่อวัดวาอาราม ก็กลายเป็นว่าทำเพื่อความสุขส่วนตัว

อย่างที่เคยบอกว่า กุฏิแต่ละหลังหรูหราเสียจนกระทั่งกระผม/อาตมภาพแทบจะไม่กล้านั่ง ต้องมีรถยนต์ราคาแพง ๆ เอาไว้อวดบารมีกัน ต้องมีข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนม ถ้าอยู่ในลักษณะอย่างนี้ ไม่นานก็จะเจ๊ง แบบเดียวกับเณรคำ ยุคที่เณรคำเฟื่องฟู ท่านนั่งเครื่องบินส่วนตัวเป็นว่าเล่นเลย..!

เถรี 07-01-2023 00:32

เรื่องพวกนี้ถ้าเราไม่ระวัง ถึงเวลาโดนกิเลสชักนำไปผิดทาง โอกาสที่จะรู้ตัวและย้อนกลับมานั้นยากมาก เพราะว่ากิเลสมีกำลังแรงกว่าแล้ว ถ้าไม่ใช่คนช่างสังเกต ก็จะไม่รู้ว่าตัวเองออกนอกลู่นอกทางไปตอนไหน

กระผม/อาตมภาพเอง ขนาดเป็นคนช่างสังเกต ยังมีบางวาระที่โดนกิเลสหลอก ทั้งที่กลัวมากว่าจะเดินผิดทาง พิจารณาแล้วก็รู้สึกว่าไปตรงทางดี ผ่านไปปีที่ ๑ ปีที่ ๒ ปีที่ ๓ มาทบทวนตัวเอง รู้ตัวอีกทีอยู่ก้นเหว..! ลักษณะเหมือนอย่างกับแผ่นดินลดลงทีละมิลลิเมตร เราไม่รู้ตัวเลย เดินไปเรื่อย เดินไปเรื่อย เห็นหนทางกว้างใหญ่ชัดเจน มารู้ตัวอยู่ก้นเหวก็ผ่านไปแล้ว ๓ ปีเต็ม ๆ ครับ

ไม่ทราบเหมือนกันว่าเลข ๓ มีอะไรเกี่ยวเนื่องกับกระผม/อาตมภาพ เพราะว่าเกือบทุกอย่างมักจะอาศัยเวลา ๓ ปี ลองดูว่าคนที่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลายังโดนขนาดนี้ แล้วท่านทั้งหลายที่ประมาทอยู่ จะโดนอะไรบ้าง ?!!

กิเลสไม่เคยปราณีเรา ถึงเวลาก็เหยียบย่ำ กดขี่ บีบบังคับให้เราอยู่ใต้อำนาจ แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็ไม่คิดที่จะต่อสู้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เหมือนอย่างกับกลัวว่ากิเลสจะเศร้าหมองชอกช้ำ ก็กลายเป็นเป้าให้กิเลสซ้อมอยู่ตลอดเวลา..!

การที่เราดูจริยาคนอื่น ก็คือดูเพื่อตักเตือนตนเอง เพื่อเป็นบทเรียนของตนเอง เพื่อปรับปรุงแก้ไขตนเอง ไม่ใช่ดูเพื่อจับผิดคนอื่น สิ่งที่เขาทำ เท่ากับว่าเป็นกระจกให้เราได้เห็นว่า สิ่งไหนผิดพลาด สิ่งไหนถูกต้อง เราจะได้ละเว้นในส่วนที่ผิด ทำแต่ในส่วนที่ถูก

หน้าที่ของเราก็ไม่มีอะไร ใครมาเราก็ต้อนรับให้ดี ถึงเวลาเรื่องข้าวเรื่องน้ำอะไร ไม่ต้องไปหวง ไม่ต้องไปเสียดาย เขาจะทำบุญมาคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่าก็ตาม ถือว่าเราสร้างทานบารมี สนับสนุนให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นได้ไปสร้างบุญสร้างความดีกันต่อ ๆ ไป ส่วนเจตนาของเขาจะเป็นบุญเป็นกุศลเท่าไร เราไม่ต้องไปคิดถึง

เถรี 07-01-2023 00:35

แบบเดียวกับที่กระผม/อาตมภาพทำใจว่า พระเถรานุเถระตลอดจนกระทั่งสามเณร จะติดตามหลวงปู่หลวงพ่อที่เรานิมนต์มาก็ดี หรือว่าจะมาเองโดยที่ไม่ได้นิมนต์ก็ตาม เมื่อมาแล้วก็ถือว่าเป็นเนื้อนาบุญใหญ่ของเรา ช่วยให้เราได้สร้างบุญสร้างกุศลเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ไปรังเกียจรังงอนว่าไม่ได้นิมนต์แล้วมากันเอง

มีหลายวัดที่ไปไหนมักจะนิยมขนสามเณรไปหมดวัดเลย ไปที่อื่นไม่ทราบเหมือนกันว่าโดนด่าไปกี่ยก..! แต่มาวัดท่าขนุนไม่เคยโดน แถมถวายปัจจัยไปแล้ว สามเณรยังไปขโมยเงินกันเองอีกต่างหาก..! ทางเจ้าอาวาสเคยมาบ่นกับผมว่า "อาจารย์ให้เงินไป สามเณรเลยไปขโมยเงินกัน" อ้าว..แทนที่จะบ่นว่าสามเณร มาบ่นคนให้เสียนี่..!

ดังนั้น..เรื่องพวกนี้จึงสำคัญตรงที่พวกเราต้องรู้จักระมัดระวัง สิ่งหนึ่งประการใด พระพุทธเจ้าสอนเรามาทั้งหมดแล้ว ถ้าสำรวมอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา โอกาสที่เราผิดจะไม่มี แต่ถ้าหากว่าปล่อยตาม รัก โลภ โกรธ หลง ไป โอกาสที่จะลงเหวมีมากถึงมากที่สุด..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:05


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว