กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เส้นทางพระโพธิสัตว์ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=48)
-   -   เส้นทางพระโพธิสัตว์ ตอนที่ ๑๒ (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=2914)

คิมหันต์ 22-09-2011 23:58

เส้นทางพระโพธิสัตว์ ตอนที่ ๑๒
 
1 Attachment(s)
เมื่อวานเปิดโต๊ะจีนมาดีนัก เมื่อคืนยุงเลยช่วยกันรุมสกรัม ยังดีที่มีพัดลมเพดานให้ จึงบรรเทาลงไปได้มาก แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม ๕๐ จั๊ต...แฮ่...หาเงินได้ทุกทางเหมือนกันนะพรรคพวก...

ตีสี่ครึ่งยกขบวนหนียุงออกจากเมืองแปร หนึ่งชั่วโมงต่อมาก็ออกพ้นมณฑลปะโก เข้าสู่มณฑลมะกูย นั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปอีกชั่วโมง ถึงเมืองเอาลัน (ธงชัย) ท่านนาวินชี้ให้ดูรถเมล์ ซึ่งกระโดดขึ้นบาทวิถีไปตะแคงหมดฤทธิ์อยู่ริมรั้ว ตำรวจจราจรยืนจับกลุ่มวิจารณ์กันอยู่ใกล้ ๆ...

http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1316981374
ลำโพงกาสลัก ของแท้ต้องดอกซ้อนและเป็นสีม่วง

ฟ้าสว่างเริ่มมองเห็นสภาพแห้งแล้งทั้งสองฟากถนน ลุงขาววิ่งกระเด้งกระดอนไปตามทางที่สภาพดีกว่าโลกพระจันทร์นิดหนึ่ง ถึงขนาดท่านป๊อปเมารถอ้วกแตกไปเลย..! แปดโมงเช้ามาถึงเมืองต่องวินจี ห่างจากเมืองปีราว ๑๑๔ ไมล์ หยุดพักฉันเช้ากันก่อน...

จ่ายค่าอาหารไป ๑,๒๐๐ จั๊ต แล้วข้ามสี่แยกไปยังวัดชุยวินต่อง ทางขวามือเป็นต้นลำโพงกาสลักขนาดยักษ์ สูงประมาณ ๓ เมตร ออกดอกสีม่วงสะพรั่งไปทั้งต้น ปากทางเข้าวัดมีร้านขายหมากพลู มีลูกสาวแฝดน่ารัก เห็นพระเข้าก็เดินมาเกาะจีวรเลยทีเดียว เพิ่งจะขวบเดียวเองแท้ ๆ…

คิมหันต์ 23-09-2011 00:03

1 Attachment(s)
พระเจดีย์ชุยวินต่อง สร้างโดยเจ้าเมืองอมรปุระ ชื่อพระเจ้ามหาเอกราช สร้างแล้วอธิษฐานปรารถนาพระโพธิญาณ นี่ก็เป็นพระโพธิสัตว์แท้อีกท่านหนึ่ง ที่องค์เจดีย์ปั้นใบหน้าของผู้สร้างเอาไว้ด้วย...

ลาเด็กแฝดแล้วฝ่าแดดที่จ้าขึ้นทุกขณะ ไปตามทางที่ขรุขระ สองข้างแห้งแล้งเช่นเดิม ๕๑ ไมล์ผ่านไปด้วยความปวดระบม ก็มาถึงตัวเมืองมะกูย เลี้ยวซ้ายหน้ามหาวิทยาลัย แล้วลงขวามาริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี เตรียมข้ามฝั่งไปเมืองมินบู...

http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1316981551
แพขนานยนต์ที่จะพาข้ามไปเมืองมินบู

โซยุนท์บอกว่าต้องฉันเพลก่อน เพราะกว่าจะข้ามแพไปคงจะเลยเที่ยง ของเก่ายังไม่ทันย่อย ของใหม่เลยฉันไม่ลง เจอลวดลายแม่ค้าซ้ำเข้าไปอีก พอพระฉันเสร็จเล่นเก็บอาหารเก่าไปเกลี้ยง จัดของให้ฆราวาสโต๊ะหนึ่งอีกต่างหาก มื้อนี้เลยเจอเข้าไปสองโต๊ะ ๑,๗๐๐ จั๊ต..!

ซื้อตั๋วแพขนานยนต์ ๕๐๐ จั๊ต แล้วนั่งรอจนตูดด้านกว่าแพจะข้ามมารับ ยัง...ยังไม่ได้ลงแพหรอก มารดามันบิดตะกูดจนบ่ายโมงครึ่ง จึงยอมให้รถลงแพ แทนที่จะลงให้เรียบร้อยก่อน ถึงเวลาจะได้ออกเลย ตกลงมันแกล้งโง่หรือโง่จริง ๆ ก็ไม่รู้..? แพวิ่งตั้ง ๔๕ นาที พวกเราจึงสั่งน้ำอ้อยสดที่คั้นขายกันอยู่บนแพมาฉันกันก่อน...

คิมหันต์ 25-09-2011 22:02

1 Attachment(s)
ขึ้นจากแพวิ่งไปตามเตาขนมครกแคบ ๆ ข้างทางเป็นป่าเต็งรังแคระแกร็นเหลืองซีด ผ่านไปราวยี่สิบไมล์ คราวนี้เลี้ยวขวาลงทางฝุ่น ดันไปวิ่งตามรถหกล้อ ทำอย่างไรโซยุนท์ก็ไม่กล้าแซง พวกเราจึงถึงแก่การชราภาพ ผมหงอกขาวโพลนไปตาม ๆ กัน..!

เลี้ยวขวาอีกทีต้องข้ามสะพาน เจอราคาโหดครั้งละ ๑๕๐ จั๊ต สองสะพานหมดไปสามร้อย..! มาถึงจุดหมายปลายทางคือ รอยพระพุทธบาทเมืองมินบู ร้านค้าและที่พักปลูกใหม่ ๆ ยาวสุดลูกหูลูกตา อีกห้าวันถึงจะเริ่มงาน หลายแห่งกำลังก่อสร้างอย่างขะมักเขม้น ปลูกเป็นเพิงเลาะไปกับชายแม่น้ำเลย...

http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1316981911
ยอดเขาพระพุทธบาทมองไปอีกฝั่งแม่น้ำจะเห็นเพิงพักเป็นทิวแถว

ถามราคาแล้วสะดุ้งแปดตลบ ห้องไม่พอแมวดิ้นตายคืนละสองพัน มันปล้นกันชัด ๆ..! ให้ท่านนาวินไปต่อรอง เขายืนยันว่าราคานี้ ทางการเป็นผู้กำหนดเอง ไอ้สุดโหด..! หมดท่าขึ้นมาก็ต้องยอมมัน

กำลังจะขนของลง ทิดจิตรก็วิ่งมาห้ามไว้ บอกว่าตอนพาท่านชาไปห้องน้ำ เจ้าของบ้านยินดีแบ่งห้องให้เช่า คิดคืนละห้าร้อยเท่านั้น พวกเราหอบข้าวของเฮละโลไปทันที ทิ้งพวกที่แบกเสื่อมา ให้ยืนมองทิป ๕๐ จั๊ตในมือตาปริบ ๆ อีก ๑,๙๕๐ จั๊ตลอยตามพวกเราหายวับไปกับตา..!

คิมหันต์ 25-09-2011 22:07

1 Attachment(s)
เข้าที่พัก สรงน้ำ ผลัดกันปลงผม ซักผ้าเสร็จตากเรียบร้อยแล้ว ก็ครองจีวรเดินขึ้นไปรอยพระพุทธบาทบนเขา ซุ้มทางขึ้นมหึมา ผลงานของอูคันตีมหาฤๅษีโพธิสัตว์อีกนั่นแหละ...

ทางชันเหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน ทำเอาท่านชาที่กำลังจับไข้แทบหายไข้เลยทีเดียว...กราบหลวงพ่อพระมหามุนีจำลอง แล้วไปกราบรอยพระพุทธบาทที่เขาทำกรงเหล็กกันไว้ ๒ – ๓ ชั้น สวดประกาศอุโบสถบอกบริสุทธิ์ต่อกัน จากนั้นอุทิศส่วนกุศล...

http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1316982068
บันไดชันมากจนต้องพักเหนื่อยถ่ายรูปกันเป็นระยะ

เจ้าหน้าที่กรุณามาเปิดกรงให้เข้าไปจนถึงชั้นในสุด ได้กราบทำบุญอย่างใกล้ชิด มีญาติโยมโชคดีได้ตามเข้าไปอีกหลายคน อธิษฐานเสร็จก็ออกมาเดินดูของที่เขาขายกัน มีแต่ของซ้ำ ๆ กันทั้งนั้น มาถึงสองผัวเมียไทยใหญ่ มีของป่าสารพัดมาขาย...

ทั้งสองพอพูดไทยได้บ้าง พวกเราซื้อน้ำมันเลียงผา ที่เขาเคี่ยวจนแข็งเป็นเนยกับเลือดผา ต่อราคากันอย่างสนุกสนาน รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ห้าร้อยป้าแกเรียก “ห้าบัท..!” ทำไปทำมาของราคา ๔๕๐ จั๊ต อาตมาจ่ายแค่ ๒๐๐ จั๊ต แกก็ตกลง..!

คิมหันต์ 28-09-2011 19:30

1 Attachment(s)
กลับลงมากราบรอยพระพุทธบาทข้างขวาที่มณฑปข้างล่าง เรียบร้อยแล้วเข้าที่พัก คุณตาเจ้าของบ้านหอบน้ำร้อน น้ำเย็นมาถวาย อาตมาจ่ายค่าที่พัก ๕๐๐ จั๊ต แล้วนั่งตรวจสอบบัญชีรายรับ – รายจ่าย พักเดียวอีกเตียงที่สุมหัวรวมกันอยู่ก็แตกฮือ..!

“เรือด” ครับท่าน..! เป็นฝูง ๆ เลย หอบผ้าหอบผ่อนเผ่นกระเจิง ไอ้เรือดระยำ..! มันนัดกับคุณตาไว้หรือเปล่าวะ..? ร้อยวันพันปีมันไม่กัด พอจ่ายเงินไปเรียบร้อยมันกัดทันที...หนีลงมาเรือนข้างล่าง โยมเจ้าของบ้านเช่าสงสาร ยกห้องพักให้ ๑ ห้อง...

http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1317233441
เรือดหน้าตาแบบนี้แหละครับท่าน กัดสะเด็ดนักแล..!

เขาบอกว่าเรือนพักด้านโน้นแพงเพราะเป็นของทหาร ด้านนี้ของชาวบ้านถูกกว่าเยอะ เขามีแต่ห้องที่ยังไม่เรียบร้อย ต้องหาเช่าเสื่อต่างหาก ท่านตู่ควักหมับให้ไป ๕๐๐ จั๊ต ไอ้ระยำพอกับเรือด..! รายจ่ายจากกองกลาง เอ็งขืนจ่ายแบบนี้บ่อย ๆ มีหวังหมดตูดเอาง่าย ๆ..!

กว่าจะหาเสื่อได้หายไปเป็นชั่วโมง ต่างคนต่างไม่มีใครอยากให้ลูกค้าคนอื่น ขนาดรับเงินไปแล้ว เจ้าของยังต้องตามมาดู กลัวของจะหาย เขาบอกว่าคนแถวนี้ไว้ใจยาก ขนาดผ้าตากไว้ยังหายเลย..!

คิมหันต์ 28-09-2011 23:06

1 Attachment(s)
ที่นอนมันเอียงตามเนินเขา ถ้านอนดิ้นมีหวังลงไปกองรวมกันที่มุมห้อง พื้นลั่นออดแอดทุกครั้งที่ขยับ ห้องมันเล็กจนท่านนาวินออกปากว่า “อย่างกับซ่องแน่ะ..!” ทำให้โซยุนท์ ตันอู ทิดจิตร ต้องไปนอนหนาวอยู่ที่รถแทน เบียดกันเป็นปลากระป๋องคงจะอุ่นขึ้นมาบ้าง

ท่านชากับท่านป๊อปที่ทดลองน้ำมันแก้ปวดเมื่อยจากร้านของป่า เห็นสรรพคุณทันตา เกิดอยากได้ไว้ใช้สักขวด ท่านชาท้องเสียซ้ำทำท่าจะเดินไม่ไหว ท่านป๊อปก็มือเติบต่อของไม่เป็น ทำให้อาตมาต้องไปแทน...

http://www.watthakhanun.com/webboard...1&d=1317233628
มาเป็นกาละมังเลย แต่ที่คุณตาคุณยายขายเขาใส่ขวดเอาไว้

สองผัวเมียดีอกดีใจที่ลูกค้ารายใหญ่ย้อนกลับมาอีก ต่อรองราคากันใหม่ น้ำมันว่านขวดละ ๕๐๐ จั๊ต อาตมาต่อเหลือสามขวด ๖๐๐ จั๊ต..! ขยับขึ้นขยับลง จนเขาขอสามขวดเจ็ดร้อย “ขอนะ..มาไกล..” สองผัวเมียมาจากตองยี รัฐฉานโน่นแน่ะ...

หกบาท..มาไกลกว่า..มาจากชาน โยดะยาโน่นแน่ะ..” คำว่าชาน โยดะยา คือสยาม อยุธยา พวกเขาทนลูกตื๊อไม่ได้ จึงยอมให้สามขวดหกร้อย เห็นการเทแบบประณีต หยดเดียวก็ปาดเก็บแล้ว อาตมาก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน...

คลิกเพื่ออ่านตอนต่อไป


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:53


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว