กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=47)
-   -   เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนเมษายน ๒๕๕๕ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=3285)

เถรี 01-05-2012 13:01

พระอาจารย์กล่าวว่า "มีอะไรเอื้อเฟื้อกันไว้นั่นแหละดี โบราณเขาบอกว่า “ถึงไม่ใช่ญาติไม่ใช่เชื้อ แต่ถ้ามีความเอื้อเฟื้อก็เหมือนเนื้ออาตมา ถึงเป็นญาติเป็นเชื้อ ถ้าไม่มีความเอื้อเฟื้อก็เหมือนเนื้อในป่า”

เราลองนึกดูว่าคนไม่ใช่ญาติไม่ใช่เชื้อแต่มีความเอื้อเฟื้อกัน ถึงเวลาเราเจ็บเขาก็เจ็บด้วย ก็เหมือนกับเนื้อตัวเราเอง แต่คนเป็นญาติเป็นเชื้อแล้วเบียดเบียนกันอย่างเดียว เจอหน้าก็อยากจะเผ่นหนี เหมือนกับพวกเนื้อ (เก้ง - กวาง - ละมั่ง - สมัน - เนื้อทราย) ในป่าที่พบคนไม่ได้ ต้องเผ่นหนีไว้ก่อน โบราณเขาว่าอะไรลึกซึ้งมากเลยนะ"

เถรี 02-05-2012 11:42

ถาม : พระพิราพแปลว่าอะไรครับ?
ตอบ : ครูช่าง พูดง่าย ๆ ว่าช่างทุกคนต้องไหว้พระพิราพ มาจากคำว่า "ไภรวะ" ที่หมายถึงพระอิศวรปางดุ แปลงสระไอเป็น สระอิ ภ.สำเภา เป็น พ.พาน ร.เรือสระอะ เป็น ร.เรือสระอา ว.แหวนเป็น พ.พาน กลายเป็นพระพิราพ

ถาม : แต่เห็นโขนเขาก็ไหว้ด้วยนะครับ ?
ตอบ : ไหว้ด้วย สมัยก่อนพวกเต้นพวกรำเขาเรียกว่า "ช่างฟ้อน"

เถรี 02-05-2012 11:54

ถาม : เวลาทำกรรมฐานชอบคิดเรื่องอื่น ไม่เป็นสมาธิ ?
ตอบ : ให้ดึงความรู้สึกทั้งหมดมาอยู่กับลมหายใจเข้าออกของเรา ถ้าคิดเรื่องอื่นเมื่อไรก็ดึงกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออกใหม่ ทำอย่างนี้บ่อย ๆ พอชำนาญเข้าจะอยู่กับลมหายใจเข้าออกได้นาน

เถรี 02-05-2012 11:57

ถาม : ตั้งศาลพระภูมิอยู่หลังบ้านได้ไหมคะ ?
ตอบ : จะสร้างมุมไหนก็ได้จ้ะ ถ้าอยู่ตรงทิศ

ถาม : ทิศตะวันออกกับทิศเหนือจะอยู่ในส่วนของหลังบ้านกับข้างบ้าน ?
ตอบ : แล้วทิศตะวันออกเฉียงเหนือละจ๊ะ ?

ถาม : ก็อยู่ในส่วนข้างบ้านเหมือนกันค่ะ ?
ตอบ : ตั้งทิศนี้ได้...แต่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็ตามอย่าให้อยู่ใกล้หน้าต่างกับอย่าให้ใกล้ส้วม

ถาม : แล้วมีเงาหลังคาบังได้ไหมคะ ?
ตอบ : ไม่เป็นไรจ้ะ ตั้งอยู่ใต้หลังคาก็ได้

เถรี 02-05-2012 12:08

ถาม : คุณยายเขาโคม่า หมอให้เอากลับบ้าน หมอบอกว่าไม่ไหวแล้วครับ ?
ตอบ : หมอบอกว่าไม่ไหว แต่อาตมาไม่เชื่อ หมาของคุณพีระ หมอบอกว่าไม่รอด อายุมากระดับคุณทวดแล้ว ป่วยจนร้องครางอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังอยู่มาจนป่านนี้ หมอเขาดูตามอาการ ส่วนพระดูตามเวรตามกรรม ถ้าบุญไม่หมดหรือกรรมไม่หมดก็ยังไม่ตาย

คนเราจะตายได้ด้วย อายุขัย หมดอายุ อาหารขัย หมดอาหาร บุญขัย หมดบุญ โกรธาพลขัย ตายเพราะแรงโกรธ เหมือนหนังจีนที่กระอักเลือดตายเพราะโกรธ แต่โกรธาพลขัยส่วนใหญ่เป็นเทวดานางฟ้า เพราะว่าถ้าโกรธขึ้นมา ไฟโทสะจะเผากายทิพย์หมด เทวดานางฟ้าจึงต้องพยายามไม่โกรธ ที่บอกว่าต้นไม้โดนตัดเอา ๆ แต่ทำไมรุกขเทวดาไม่เล่นงานสักที ไปเล่นงานเขาได้ที่ไหนเล่า ? ตัวเองโดนเผาก็แย่สิ..!

เถรี 02-05-2012 12:18

ถาม : จะวางกำลังใจอย่างไรดีคะ แม่ไม่สบายแล้วไม่สามารถที่จะไปดูแลแม่ได้ ?
ตอบ : ต้องยอมรับว่าแต่ละคนมีกรรมเป็นของตน เราทำดีที่สุดได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น

ถาม : เราไปยุ่งกับเขามากก็เหมือนกับเราไปขวางเจ้ากรรมนายเวรเขา แล้วเราก็ป่วยบ้าง ?
ตอบ : คนเราเกิดมาต้องมีกรรมร่วมกัน ก็แปลว่าเคยทำอะไรใกล้เคียงคล้ายคลึงกัน จึงต้องโดนแบบนั้นบ้าง

เถรี 02-05-2012 12:20

ถาม : หนูให้ลูกเขาภาวนาของเขาตลอดวัน พอดีเมื่อต้นเดือนเขาไปอ่านที่ท่านพูดถึงเรื่องอ่านหนังสือไปภาวนาไป ท่านพูดว่าให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เขาก็บอกว่าเขาเลิกภาวนาดีกว่า หนูก็เลยไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไรต่อดี เขาเข้าใจผิดหรือเปล่าคะ ?
ตอบ : ปล่อยเขา..วาระของเขาจะต้องเป็นอย่างนั้น คนเราเมื่อถึงเวลาก็โดนชักให้คิดผิด พูดผิด ทำผิดได้ ถ้าเขาไปมั่นใจว่าควรจะเป็นอย่างนั้นแล้วก็ปล่อยเขาไป

ถาม : เขาก็ยังไม่มั่นใจ หนูก็เลยมาถามค่ะ ?
ตอบ : ทำได้แล้วทิ้งถือว่าโง่ บอกเขาแค่นั้นพอ

เถรี 02-05-2012 12:27

ถาม : อยากขอข้อธรรมว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เนื่องในโอกาสสงกรานต์ ?
ตอบ : ทำใจให้เย็น ๆ ไว้ ฟังอะไรมาคิดก่อนอย่าเพิ่งรีบพูด เพราะปกติคนใจร้อนมักจะสวนเลย ถ้าพลาดจะเสียมากกว่าดี ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปตั้งท่าอมลิ้นไว้ ใครว่าอะไรเราฟังอย่างเดียว คิดจนรอบคอบจริง ๆ แล้วค่อยพูด สงกรานต์อากาศร้อน เรายิ่งต้องใจเย็นไว้

ถาม : ทำอย่างไรเราถึงจะมีสติ ชอบหลุดแล้วไปเลย ?
ตอบ : ถ้าอยากจะมีสติรั้งตัวเองได้ ก็ต้องอยู่กับลมหายใจเข้าออกของเราให้ชิน ถ้าอยู่กับลมหายใจเข้าออกให้ชิน สติสมาธิจะอยู่เฉพาะตรงหน้า จะไม่หลุดไปไหนง่าย แต่ถ้าหากสติสมาธิไม่ได้อยู่ตรงหน้า หลุดไปนานแล้วเราก็ยังไม่รู้ตัว

ถาม : ถ้าขอให้ท่านคุมสติให้ได้ไหมคะ ?
ตอบ : ไม่ได้จ้ะ ค่าจ้างแพง ไม่มีคนอื่นช่วยเราได้ นอกจากตัวเราเอง เพราะฉะนั้น..อยู่ที่การฝึกฝน

ถาม : ถ้าพยายามฝึกสติแล้วละคะ ?
ตอบ : ต้องไปเจอสถานการณ์จริงถึงจะรู้จ้ะ ต่อให้บอกว่าดีขึ้น ถ้าไปชนหงายเก๋งกลับมาก็ตัวใครตัวมัน ฉะนั้น..การทดสอบจึงควรจะมี

ถาม : จริงหรือคะเรื่องการทดสอบ ?
ตอบ : เดี๋ยวก็มา..ถ้าเราคิดว่าเราไม่โกรธเมื่อไรเดี๋ยวก็มาทันทีเลย เขาจะมาลองให้เราโกรธ

ถาม : แล้วใครทำคะ ?
ตอบ : ใครก็ช่างเถอะ..ตีเสียว่าเขาเป็นครู ครูอยากให้เราได้ดีก็เลยทดสอบ กลับไปก็ตั้งสติไว้ คิดก่อนพูด

เถรี 02-05-2012 12:45

ถาม : (มีโยมป่วยหนักนอนที่โรงพยาบาล)
ตอบ : บอกท่านว่าตัดใจให้ได้ พูดข้างหูก็ได้ น่าจะฟังได้ยิน เพราะว่าถ้าวางร่างกายไม่ได้ก็จะไม่ตาย คนที่อธิษฐานขอพระนิพพานไว้นี่ตายยาก ต้องตัดร่างกายได้จริง ๆ เพราะคำอธิษฐานค้ำไว้

บอกข้างหูก็ได้ว่าไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ตัดใจไปอยู่กับหลวงพ่อที่พระนิพพานเลย ถ้าหากว่าตัดไม่ได้ก็ยังอยู่อย่างนั้น อาตมาเจอมาหลายรายแล้ว ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก ถามหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านจึงบอกว่า ถ้าหากว่าไม่ทรมานมาก ๆ ก็ตัดใจไม่ได้ จึงต้องทรมานกันหนักหน่อย บอกเขาให้รีบตัดใจเสีย พูดกรอกหูไปเลย

ถาม : หมายถึงว่าถ้าเขาวางร่างกายไม่ได้จะไม่ตายหรือครับ ?
ตอบ : ก็เขาไปขอพระนิพพานเอาไว้ คนตัดร่างกายไม่ได้ก็ไปพระนิพพานไม่ได้ กำลังบุญที่ตัวเองสร้างไว้ค้ำอยู่อย่างนั้น ก็ทรมานไปสิ

บุคคลที่อธิษฐานขอพระนิพพาน ทำบุญอะไรก็ขอพระนิพพานในชาตินี้ แต่ขาดการพิจารณาเพื่อที่จะละวางร่างกายนี้ เมื่อขาดการพิจารณา กำลังใจยังตัดไม่ได้ เจ็บป่วยขนาดไหนก็ทรมานอยู่นั่นแหละ เพราะไปขอพระนิพพาน กำลังบุญกับแรงอธิษฐานค้ำเอาไว้ ยังไม่ถึงพระนิพพานก็ทรมานอยู่นั้นแหละ เพราะฉะนั้น..ใครรู้ตัวก็รีบพิจารณาเยอะ ๆ จะได้ตัดใจได้ ถ้าละร่างกายได้ก็ไปเลย ไม่ต้องทรมาน

ท่านย่าเคยบอกไว้ว่า “พวกแกขอพระนิพพานชาตินี้ ถ้าขี้เกียจพิจารณา ก่อนตายปวดสาหัสทุกคน เพราะต้องบังคับให้เห็นว่าร่างกายนี้เป็นโทษ ถ้าไม่ปวดสาหัสขนาดนั้นก็ยังคิดว่าตัวกูของกูอยู่นั่นแหละ” ฉะนั้น..พิจารณาไว้เยอะ ๆ จะได้ไม่โดน

เถรี 02-05-2012 12:54

พระอาจารย์เล่าว่า "เรื่องพระอภัยมณีเกิดจากการที่ในหลวงรัชกาลที่ ๒ ตั้งใจจะให้แต่งหนังสือแข่งกัน แต่ห้ามไม่ให้มียักษ์ สุนทรภู่จึงตะแบงข้างเป็นผีเสื้อ แต่รัชกาลที่ ๒ เก่งกว่า พระองค์แต่งอิเหนาโดยไม่มียักษ์เลย สุนทรภู่แต่งพระอภัยมณีท้ายสุดไปไม่รอด ต้องเอานางผีเสื้อขึ้นมา แล้วก็อ้างว่าไม่ใช่ยักษ์

พวกบรรดาเกร็ดประวัติศาสตร์ถ้าไม่เล่าให้ฟังไว้เดี๋ยวคนรุ่นหลังก็ลืมหมด โบราณถึงได้บอกว่า “ของกินถ้าไม่กินก็เน่า เรื่องเล่าถ้าไม่เล่าก็ลืม” ควรจะมีการบอกต่อเพื่อให้รุ่นต่อรุ่นได้จดจำกันต่อไป

จะว่าไปแล้วตอนนั้นเรื่องที่เขาแต่งกันขึ้นมาส่วนใหญ่ก็จะมียักษ์เป็นตัวชูโรง ส่วนมากก็เป็นผู้ร้าย โดยเฉพาะรามเกียรติ์ รัชกาลที่ ๒ ท่านคงอ่านจนเบื่อเต็มทีแล้ว ก็เลยตั้งกติกาว่าให้แต่งหนังสือแข่งกันแต่ห้ามมียักษ์ ท้ายสุดสุนทรภู่ก็มีจนได้ แต่อ้างว่าไม่ใช่ยักษ์เป็นผีเสื้อ พอเปิดถึงบทที่ ๒ ของพระอภัยมณี

จะกล่าวถึงอสุรีผีเสื้อน้ำ................................อยู่ท้องถ้ำวังวนชลสาย
ได้เป็นใหญ่ในพวกปิศาจพราย........................สกนธ์กายโตใหญ่เท่าไอยรา
ตะวันเย็นขึ้นมาเล่นทะเลกว้าง........................เที่ยวอยู่กลางวารินกินมัจฉา
ฉวยฉนากลากฟัดกัดกุมภา............................เป็นภักษานางมารสำราญใจ ฯลฯ

แสดงว่าสุนทรภู่รู้เหมือนกันว่ามีจระเข้น้ำเค็ม"

เถรี 02-05-2012 12:55

:4672615: เก็บตกบ้านวิริยบารมีเดือนเมษายนจบแล้วค่ะ:4672615:
เดือนนี้ถึง ๑๐ หน้า เพราะมีท่านหนึ่งถามคนเดียว ๗๐ กว่าคำถามค่ะ



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:37


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว