กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   ภาพอื่น ๆ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=16)
-   -   แก้วอินทนิล (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=3436)

สุธรรม 21-07-2012 04:58

แก้วอินทนิล
 
5 Attachment(s)

:4672615: เป็นของที่พระอาจารย์ท่านได้มาจากประเทศพม่า ท่านเล่าว่า "ผีมาบอกว่าขี้เกียจเฝ้าแล้ว ช่วยไปเอามาหน่อย เขาจะได้ไปเกิดเสียที" โปรดพิจารณาว่าสิ่งนี้ควรจะเป็นอะไร

อักขรัญญ์ 21-07-2012 08:50

แสงทะลุผ่านได้ หากเป็นอินทรีย์สาร ก็ต้องอายุนานมาก ๆ จึงจะกลายเป็นหินได้ แต่นี่สัณฐานต่าง ๆ ไม่ระบุเลยว่าเป็นอะไร แปลกมาก เช่น หากเป็นไข่ ก็ควรมีสีของไข่แดงเป็นแกนกลางให้เห็น แต่ผิวรอบนอกย่นตัว อาจคล้ายไข่ดิบที่มันอยู่ในเปลือกนาน ๆ หรือ คล้ายลายไม้มากกว่า แต่บางส่วนของผิว ที่เป็นสีขาว เหมือนเส้นที่วิ่งในไข่เยี่ยวม้า พิจารณารวม ๆ แล้วเป็นของตามธรรมชาติ แปลกที่สี ครับ ความรู้สึกน่าจะเป็นพวกคดไม้ชนิดหนึ่ง การกลมตัวเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของหินครับ พบเห็นหินที่กลม หรือ รี ๆ ได้มาก คิดได้มากแต่สรุปไม่ได้ ดังนี้ จึงเรียกว่าของแปลก ผมเห็นแล้วฟุ้งซ่านไปเลยครับ สงสัยจะเป็นญาติกับผีตนนั้น ฮ่า ๆ ๆ

ป.ล. เรื่องผีที่มาบอก คล้ายเรื่องเล่าสมัยหลวงพ่อวัดท่าซุง เกี่ยวกับลูกแก้ววิเศษหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าเลยนะครับ เห็นแล้วฟุ้งซ่านครับ พุทโธ ๆ ๆ

ลูกกวาง 21-07-2012 11:47

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ สุธรรม (โพสต์ 96934)
:4672615: ข้อมูลเพิ่มเติมครับ : ไข่ฟองนี้จมโคลนอยู่ที่โคนกอไผ่ริมแม่น้ำ ตอนแรกพระอาจารย์ท่านตั้งใจเอาไปแกะเป็นพระพุทธรูป แต่ท่านปู่พระอินทร์มาบอกว่า " สิ่งนี้โบราณเรียกว่า "แก้วอินทนิล" ให้เกลาผิวให้เรียบ แล้วนำติดตัวไว้ เรื่องอานุภาพแล้วแต่เทวดาท่านจะสงเคราะห์" ครับ

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ธนา (โพสต์ 96940)
มาจากพม่านั้นผมเดาว่าเป็นหยก ตอนแรกคิดว่าเป็นมรกตแต่เจอในโคลนเลยคิดว่าไม่น่าใช่

สืบค้นจาก "อากู๋" ได้ความว่า

..ตาม"ตำรานพรัตน์" เข้าใจว่าตำรานี้เป็นสำเนาหนังสือที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิส บุนนาค) เมื่อยังเป็นพระยาสุรวงศ์มนตรี ได้สอบสวนพร้อมด้วยผู้มีนามในหนังสือนั้นแล้วนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

กล่าวถึง "แก้วอินทนิล" กับ "แก้วมรกต" คือ..สิ่งเดียวกัน เป็นหนึ่งในเก้าของ "แก้วนพรัตน์" ค่ะ

ส่วนจริงเท็จประการใดคงต้องให้ผู้รู้ช่วยแจงอีกครั้งค่ะ

แต่ของชิ้นนี้พบในธรรมชาติและมีผู้เฝ้ามาบอกเช่นนี้

ท่านปู่พระอินทร์มาบอกและมีเทวดาสงเคราะห์ด้วย ...ไม่ใช่มรกตหรือแก้วอินทนิลธรรมดาเป็นแน่ค่ะ


ข้อความอ้างอิง : "อินทนีลํ อันว่าแก้วอินทนิล มีพรรณผลนั้นเขียวเลื่อมประภัสสร (สีพรายแสงพราวดังพระอาทิตย์แรกขึ้น) ดังแสงแห่งปีกแมลงทับ ในตำรับไสยศาสตร์ชื่อว่าแก้วมรกต"

สุธรรม 23-07-2012 03:33

5 Attachment(s)

:4672615:
ภาพเมื่อเกลาเป็น "แก้วอินทนิล" แล้ว

อักขรัญญ์ 23-07-2012 08:34

ไม่ทราบว่าเศษผงแก้วพระอาจารย์ท่านได้เก็บไว้ด้วยหรือไม่ครับ

สวยงามมากครับ ดูสีภายในแก้วแล้ว ไม่ใช่หยกพม่าแน่ ๆ ออกไปทางมรกต ...

ผมมองเห็นสิ่งเจือปนในไข่แก้วรูปร่างไม่ชัดเจน หากเป็นรูปผลึก หรือ รูปคล้ายรากผักชี ( ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%...B8%81%E0%B8%95) ซึ่งจะมีทุกเม็ด แบบนี้พอจะสรุปได้ว่าไม่ใช่หยก หากแต่เป็นอัญมณีที่เรียกว่า "มรกต" มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ครับ

มรกต (EMERALD)
มรกตเป็นพลอยเนื้อใสสีเขียวเข้มสะดุดตา มรกตเป็นอัญมณีที่เชื่อกันว่ามีพลังในด้านการรักษาดวงตา เนื่องจากสีเขียวของมรกต มองแล้วสบายตา มรกตเป็นตัวแทนแห่งความรักและความซื่อสัตย์เป็นอัญมณีที่มีราคาสูง โดยเฉพาะเม็ดที่มีน้ำหนัก ๒ กะรัตขึ้นไป

ตระกูลแร่
มรกตจัดอยู่ในตระกูลแร่เบอริล (Beryl) มักเกิดเป็นรูปผลึกแท่งหกเหลี่ยม หัวท้ายตัด เป็นรูปผลึกในระบบฐานหกเหลี่ยม

คุณสมบัติทั่วไป อันดับความแข็ง ๗.๕-๘.๐ โมห์สเกล ค่าดัชนีหักเห ๑.๕๖-๑.๖๐ ค่าความถ่วงจำเพาะ ๒.๗

คุณสมบัติเฉพาะตัว
สีเขียวของมรกต เกิดจากการที่มีธาตุโครเมียมเข้ามาแทรก เป็นธาตุชนิดเดียวที่ทำให้เกิดสีแดงในทับทิม มรกตธรรมชาติจะมีมลทินและตำหนิทุกเม็ด มรกตเนื้อใสจริง ๆ จะหายากมาก มลทินแร่ที่พบบ่อยได้แก่ ผลึกแร่ไพไรต์ มองเห็นเป็นผลึกรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ เมื่อส่องกระทบไฟจะสะท้อนแสงคล้ายสีทองเหลือง มลทินอีกชนิดที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของมรกต คือมลทินสามสถานะ มีลักษณะเป็นฟองอากาศรูปร่างต่าง ๆ ภายในมีผลึกแร่และของเหลวอยู่ร่วมเป็นสามสถานะของมลทินที่อยู่ด้วยกัน มรกตมักมีรอยร้าวมาก เมื่อเจียระไนแล้วได้ขนาดเล็ก ดังนั้น มรกตเจียระไนที่มีขนาดเกิน ๔ กะรัต จัดเป็นมรกตขนาดใหญ่ที่หายากมากและมีราคาแพง ถ้ามรกตใดใสไม่มีมลทินเลย ให้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าเป็นมรกตเทียม ถ้าเป็นมรกตธรรมชาติ ให้สังเกตร่องถี่ ๆ ขนานตามแนวยาวผลึก ถ้ามีสีเขียวอ่อน หรือออกจาง ๆ ไม่จัดว่าเป็นมรกต แต่เรียกว่า พลอยเบอริลสีเขียว (Green beryl)

ความเชื่อ
มรกตเป็นพลอยประจำเดือนพฤษภาคม ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองให้แก่ผู้สวมใส่ เป็นตัวแทนของความรัก ความซื่อสัตย์ และช่วยในเรื่องการถนอมดวงตา

การดูแลรักษา
หลีกเลี่ยงการถูกกระแทก อย่าให้ตกกระทบพื้น เพราะมรกตมีรอยร้าวมากจึงเปราะบาง หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทำความสะอาด ไม่ควรให้ถูกความร้อน และห้ามใช้กับเครื่องอัลตราโซนิค ....

อัญมณีเทียบเคียง
พลอยสีเขียวที่คล้ายมรกตมีหลายชนิด เช่น ซาโวไรต์ (Tsavorite) เป็นการ์เน็ตสีเขียวเข้ม ซัฟไฟร์เขียว หรือเขียวส่อง (Green Sapphire) ซีแซดสีเขียว เพอริต์ แม้กระทั่งแก้วสีเขียว วิธีการแยกมรกตเทียมออกจากมรกตสังเคราะห์ ที่ง่ายที่สุด คือการส่องใต้เลนส์กำลังขยาย ๑๐ เท่า ส่องดูในเนื้อพลอย ถ้ามีฟองอากาศแสดงว่าเป็นแก้ว หรือใช้แผ่นกรองแสงเชลซี เป็นแผ่นกรองแสงสีเขียว เมื่อมองมรกตผ่านแผ่นกรองแสงนี้จะมองเห็นมรกตเป็นสีแดงหรือสีชมพู เพราะแผ่นกรองแสงเชลซี มีคุณสมบัติดูดกลืนแสงสีเขียวที่เกิดจากธาตุโครเมียม ซึ่งเป็นธาตุให้สีเขียวในมรกต ส่วนพลอยสีเขียวชนิดอื่น จะไม่ปรากฏการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย(ข้อมูลได้มาจาก ร้านเพชรนภา http://www.napajewelry.net/index.php...e&Id=539096268 )

ธานุพงษ์ 01-05-2018 02:05

ดูจากความใส ความแข็งแรงไม่น่าเกิน ๘ สเกลไปได้
แต่สงสัยว่า แก้วจันทรกานต์ จะเป็นพลอยไพลิน เพราะว่า พลอยไพลินจะมีในที่ไทยคือกาญจนบุรีและจันทบุรี และมีในพม่า ค่าความแข็งระดับ ๙ ค่าความแข็งใกล้เพชรมากสุด หรืออาจเป็นเพชรไปเลยก็ได้ แต่จะเป็นเพชรอินเดียไป ซึ่งราคาหลายหลักมาก

ส่วนแก้วสุริยกานต์ น่ากลัวจะเป็น พลอยทับทิม เพราะว่า ระดับค่าความแข็ง ๙ สเกลใกล้ความแข็งเพชรมากที่สุดเช่นกันกับแก้วจันทรกานต์ พบในจันทบุรี และ ตราด ถ้าในพม่าจะมีสีแดงเหมือนเลือดนกพิราบ ซึ่งอาจจะเป็นพลอยที่มีราคาสูงที่สุดก็ว่าได้

สุธรรม 01-05-2018 02:39

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ธานุพงษ์ (โพสต์ 209911)
ดูจากความใส ความแข็งแรงไม่น่าเกิน ๘ สเกลไปได้
แต่สงสัยว่า แก้วจันทรกานต์ จะเป็นพลอยไพลิน เพราะว่า พลอยไพลินจะมีในที่ไทยคือกาญจนบุรีและจันทบุรี และมีในพม่า ค่าความแข็งระดับ ๙ ค่าความแข็งใกล้เพรชมากสุด หรืออาจเป็นเพรชไปเลยก็ได้ แต่จะเป็นเพรชอินเดียไป ซึ่งราคาหลายหลักมาก

ส่วนแก้วสุริยกานต์ น่ากลัวจะเป็น พลอยทับทิม เพราะว่า ระดับค่าความแข็ง ๙ สเกลใกล้ความแข็งเพรชมากที่สุดเช่นกันกับแก้วจันทรกานต์ พบในจันทบุรี และ ตราด ถ้าในพม่าจะมีสีแดงเหมือนเลือดนกพิราบ ซึ่งอาจจะเป็นพลอยที่มีราคาสูงที่สุดก็ว่าได้


:9bbc76d5:

สุธรรม 12-05-2018 05:53

อ้างอิง:

ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ธานุพงษ์ (โพสต์ 209911)
ดูจากความใส ความแข็งแรงไม่น่าเกิน ๘ สเกลไปได้
แต่สงสัยว่า แก้วจันทรกานต์ จะเป็นพลอยไพลิน เพราะว่า พลอยไพลินจะมีในที่ไทยคือกาญจนบุรีและจันทบุรี และมีในพม่า ค่าความแข็งระดับ ๙ ค่าความแข็งใกล้เพรชมากสุด หรืออาจเป็นเพรชไปเลยก็ได้ แต่จะเป็นเพรชอินเดียไป ซึ่งราคาหลายหลักมาก

ส่วนแก้วสุริยกานต์ น่ากลัวจะเป็น พลอยทับทิม เพราะว่า ระดับค่าความแข็ง ๙ สเกลใกล้ความแข็งเพรชมากที่สุดเช่นกันกับแก้วจันทรกานต์ พบในจันทบุรี และ ตราด ถ้าในพม่าจะมีสีแดงเหมือนเลือดนกพิราบ ซึ่งอาจจะเป็นพลอยที่มีราคาสูงที่สุดก็ว่าได้


:9bbc76d5: คำเตือนครั้งที่ ๑ เราได้เตือนคุณแล้ว..!


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:08


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว