กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (http://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=5880)

เถรี 12-11-2017 20:21

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐
 
ถาม : เราจะแยกระหว่างการวางแผนล่วงหน้าและการคิดฟุ้งซ่านได้อย่างไรครับ ?
ตอบ : วางแผนโดยทรงสมาธิไว้จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน สรุปก็คือ จะคิดอะไรก็ทำสมาธิให้มั่นคงเสียก่อน ไม่อย่างนั้นแล้วเราจะแยกไม่ออก

อะไรก็ตามที่เราคิดในขณะที่ทรงสมาธิอยู่จะมีเหตุมีผล และสามารถเห็นช่องทางได้ง่าย ส่วนการคิดเรื่อยเปื่อยโดยที่ไม่มีสมาธิกำกับอยู่ เป็นความฟุ้งซ่านอย่างแน่นอน

เถรี 12-11-2017 20:29

ถาม : เมื่อเราเกิดปัญหาขึ้นในการเรียนหรือการทำงาน และเป็นปัญหาที่หาทางออกที่ดีไม่ได้ จนทำให้เกิดทุกข์ทุกครั้งที่นึกถึง แม้จะทำสมาธิก็ช่วยบรรเทาทุกข์ได้แต่เพียงชั่วครู่ จึงสงสัยว่าจะมีวิธีใดบ้างที่ช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหานั้น ๆ ได้ หรือพบคนที่จะมาช่วยเหลือได้ ?

ตอบ : อย่ามัวแต่ไปหวังพึ่งคนอื่นอยู่ ให้คิดดี พูดดี ทำดีเอาไว้ ถ้าสามารถคิดดี พูดดี ทำดีได้ต่อเนื่อง ความดีทั้งหลายที่เกิดขึ้นจะทำให้ปัญหาหมดไปเอง ในเมื่อไม่สามารถที่จะทำได้ เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ จำเป็นที่จะต้องยอมรับไปก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มต้นแก้ไขใหม่

ถาม : มีวิธีใดบ้างที่จะระงับทุกข์ในช่วงที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ?
ตอบ : หยุดคิด ถ้าหยุดคิดไม่เป็นก็ต้องให้ความรู้สึกของเราอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก ส่วนใหญ่ที่เราทุกข์เพราะเราไปคิดปรุงแต่ง เรายิ่งปรุงแต่งมากเท่าไร ความทุกข์ก็ยิ่งมีมากเท่านั้น แต่ถ้าหยุดคิดไม่ได้ก็ต้องหยุดอยู่กับลมหายใจเข้าออก ถ้าลมหายใจเข้าออกทรงตัว ความคิดทั้งหมดจะอยู่เฉพาะหน้าที่ลมหายใจหรือคำภาวนาเท่านั้น เท่ากับเราหยุดคิดไปโดยปริยาย ความทุกข์ก็ไม่เกิด

เถรี 12-11-2017 20:35

ถาม : การคำนวณและวางดวงพิชัยสงคราม สามารถช่วยหนุนดวง และส่งเสริมชะตาชีวิตให้ดีขึ้นได้จริงหรือไม่ และเพราะเหตุใดครับ ?
ตอบ : เรื่องของการวางดวงเกิดจากการคำนวณของวิชาโหราศาสตร์ โอกาสที่จะทำแล้วเกิดผลมีประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้วทุกคนไปวางดวงเสียใหม่ก็กลายเป็นดีกันไปหมด รวยเสมอกันหมด ประสบความสำเร็จเหมือนกันหมด

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นจากบุญเก่า กรรมเก่าที่เราสร้างเอาไว้ ถ้าทำแล้วสามารถดีขึ้นได้ แปลว่าต้องมีปุพเพกตปุญญตา คือบุญเก่าที่เราสั่งสมมาตั้งแต่ต้นด้วย ถ้าบุญเก่าตรงนี้ไม่ส่งผล ทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่ก็อาจจะสบายใจขึ้นว่าเราได้ทำในสิ่งที่ดี ๆ ไปแล้ว ถ้าเราสบายใจ จิตใจสงบลง บางทีอาจจะเห็นช่องทางแก้ปัญหาชีวิตต่าง ๆ ได้ ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่ดีขึ้นเกิดจากตัวเราเองอีกตามเคย

เถรี 12-11-2017 20:44

ถาม : เพื่อนผมได้กินน้ำสลัดซึ่งทำจากน้ำส้มสายชู แต่น้ำส้มสายชูได้ผ่านกระบวนการหมักซึ่งมีขั้นตอนที่แปรสภาพจากแอลกอฮอล์มาเป็นกรด ผมจึงสงสัยว่า ถ้ากินเข้าไปแล้วจะทำให้ยันต์เกราะเพชรหลุดหรือไม่ครับ ?
ตอบ : กรดไม่ใช่แอลกอฮอล์ ท่านห้ามเฉพาะแอลกอฮอล์ เพราะฉะนั้น...โปรดอย่าฟุ้งซ่านมาก

ถาม : ผมสงสัยว่าจะมีวิธีใดที่สามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ว่า ยันต์เกราะเพชรยังอยู่ในตัวเรา แบบที่ไม่ใช่ต้องรอให้ตาย หรือไปให้งูพิษกัดครับ ?
ตอบ : วิ่งไปให้สิบแปดล้อชน ถ้าไม่ตายก็แปลว่ายันต์ยังอยู่...!

เถรี 12-11-2017 20:49

ถาม : สมมติว่าผมถูกหวยหรือพนันฟุตบอลแล้วได้เงินมา ๑ หมื่น แล้วแบ่งมาทำบุญสัก ๑๐% ของเงินที่ได้มา อยากทราบอานิสงส์จะได้เต็ม ๑๐๐% หรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถ้าจะให้ได้เต็ม ๑๐๐% ก็เอามาทำบุญทั้ง ๑๐๐% นั่นแหละ...! ความจริงคำถามก็คือ เงินจากการพนันนำมาทำบุญแล้ว จะได้อานิสงส์มากเหมือนกับเงินที่ได้มาโดยสุจริตทั่วไปหรือไม่ ?

ต้องว่ากันตามหลักก็คือ วัตถุทานนั้นบริสุทธิ์ เจตนาในการทำบุญบริสุทธิ์ ผู้ให้บริสุทธิ์ ผู้รับบริสุทธิ์ จึงจะเต็มร้อยส่วน ให้พิจารณาเอาเองก็แล้วกันว่าเงินที่ได้มาบริสุทธิ์ไหม ?

เถรี 12-11-2017 20:53

ถาม : ถ้าผมให้เพื่อนคนหนึ่งนึกเลขใดก็ได้มาหนึ่งตัวเลข แล้วผมทายถูกติดต่อกันหลายครั้ง อยากทราบว่าเป็นมโนมยิทธิหรือเป็นเจโตปริยญาณ ?
ตอบ : เป็นการเดาล้วน ๆ...! มโนมยิทธิเป็นส่วนของทิพจักขุญาณ เจโตปริยญาณเป็นส่วนของทิพจักขุญาณ ถ้ามีความคล่องตัวจริง จะรู้แม้กระทั่งว่าเขาคิดจะพูดอะไร ไม่ใช่แค่ทายถูกเป็นส่วนมากเท่านั้น

เถรี 12-11-2017 21:05

ถาม : วันนั้นพักจากงานหนูไปเข้าห้องน้ำ ตอนนั่งในห้องน้ำหนูก็จับลมหายใจไปเรื่อย ๆ แล้วหนูก็ยกมือขึ้นมาเพื่อจะเกาศีรษะ แต่จู่ ๆ ความรู้สึกมันไหลลงมารวมที่ลมหายใจไม่รู้สึกถึงอย่างอื่นเลยค่ะ เพียงครู่เดียวมันก็ออกจากอารมณ์นั้น ความรู้สึกแรก คือ งงว่าตัวเองว่าอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ จนกระทั่งความรู้สึกขยายไปทั่วทั้งตัวจึงเห็นว่ามือที่ยกขึ้นเกาศีรษะก็ยังยกค้างอยู่ท่าเดิม จากนั้นความจำทุกอย่างเริ่มกลับมาค่ะ จากอาการข้างต้น หนูควรแก้ไขหรือทำอย่างไรเพื่อพัฒนาสติให้ดีขึ้นกว่านี้คะ ?

ตอบ : ไม่ต้องแก้ไข แสดงว่าเป็นลูกหลานหลวงปู่พระอานนท์ พระอานนท์ตั้งใจจะเร่งการปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึงอรหัตผลก่อนที่จะสังคายนาพระไตรปิฎก ปรากฏว่าทำเท่าไรก็ไม่ได้ จนกระทั่งรุ่งเช้าวันสังคายนาท่านเหนื่อยเต็มทีแล้ว คิดว่าจะขอพักสักหน่อย ก็เลยหย่อนตัวลงที่เตียง เอนตัวลง เท้าพ้นพื้นข้างหนึ่ง ตัวก็ยังไม่ทันจะกระทบพื้นเตียง บรรลุอรหันต์ตอนนั้นพอดี

สภาพจิตตอนที่ท่านเร่งรัดมรรคผลเป็นตอนที่กำลังใจเกิน ส่วนตอนที่ท่านคลายออกมาเป็นกำลังใจที่พอดี จึงไปได้อรหัตผลเอาตอนนั้น ลักษณะเดียวกับโยมที่ถาม ในขณะที่ตัวเองกำลังจะทำกิริยาใดกิริยาหนึ่ง บังเอิญว่าอารมณ์ใจลงช่องพอดี เมื่อลงตรงจุดนั้นเข้าสู่อัปปนาสมาธิแบบหยาบ ก็ทำให้ตัดอาการรับรู้ภายนอกไป

มีอย่างเดียวก็คือ ซักซ้อมให้สามารถเข้าออกได้ทุกเวลาตามที่เราต้องการ ก็จะแก้อาการนั้นไปได้เอง ถ้าเป็นสายวัดป่าท่านบอกว่าเป็นอาการที่จิตรวม เพียงแต่อาการที่ว่ามารวมแล้วเป็นสมาธิหยาบไปหน่อย สติตามไม่ทัน จึงเหมือนกับหายไปเฉย ๆ

เถรี 12-11-2017 21:07

ถาม : การภาวนาโดยบริกรรมพุทโธไปเรื่อย ๆ กับการกำหนดลมหายใจเข้าออกพร้อมบริกรรมพุทโธ ทำแบบใดจึงจะทรงฌานได้ง่ายและมีคุณภาพมากกว่ากันคะ ?
ตอบ : จำไว้ว่า ถ้าอยากจะทรงฌานห้ามทิ้งลมหายใจเข้าออก ถ้าทิ้งลมหายใจเข้าออกไม่มีทางที่จะทรงฌานได้ เพราะฉะนั้น...ไม่ต้องถามต่อ

เถรี 12-11-2017 21:24

ถาม : การศึกษาด้านจิตใต้สำนึกหรือหลักสูตร NLP ( Neuro-Linguistic Programming ) ตามแบบศาสตร์ตะวันตก มีประโยชน์หรือโทษอย่างไรครับ ?
ตอบ : ถ้าถามว่ามีประโยชน์หรือโทษอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับคนที่ศึกษาและเอาไปใช้ บางคนก็ใช้ในการสะกดจิตคนอื่นแล้วก่ออาชญากรรมก็มี

ถาม : การศึกษาในเรื่องนี้สามารถช่วยในเรื่องการตัดกิเลส เพื่อเข้าสู่พระนิพพานได้หรือไม่ครับ ?
ตอบ : บุคคลที่ฝึกจะมีสมาธิจิตที่เข้มแข็งกว่าคนทั่ว ๆ ไปอยู่ในระดับหนึ่ง ถ้ารู้จักธรรมะในพระพุทธศาสนา ตั้งใจปฏิบัติเพื่อมรรคผล ก็จะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าคนทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการฝึกของคนทางตะวันตก ซึ่งไม่มีความเข้าใจหลักธรรมในจุดนั้น จึงป่วยการที่จะไปกล่าวถึงเรื่องพระนิพพาน

เถรี 12-11-2017 21:30

ถาม : มีคนเคยตั้งถามหลวงพ่อว่าทำไมตะกรุดมหาสะท้อนเมื่อนำไปเป็นมวลสารแล้ว ยังมีอานุภาพสะท้อนอยู่ ทั้งที่ทำออกไปจำนวนมาก เช่น พระปิดตามหาเศรษฐีเงินล้านรุ่นหนึ่ง หลวงพ่อตอบว่าก็เพราะว่าไม่ใช่ตะกรุด คำถามคือ แล้วทำไมไม่ทำเป็นรูปพระไปเลยครับ น้ำหนักจะได้ไม่ถึงหนึ่งบาท ?
ตอบ : ก็กูจะทำให้ได้บาท...! คนเขาต้องการตะกรุด ดันจะให้ทำเป็นพระ

ในเรื่องของการเอาตะกรุดไปทำเป็นมวลสาร ถ้าสมมติว่าตะกรุดเป็นเกลือ ๑ ตัน เอาไปผสมเป็นมวลสารตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ความเค็มไม่ได้หมดไปหรอก แต่ก็ลดลงไปบ้าง จะให้เค็มเท่ากับเกลือ ๑ ตันนั้นเป็นไปไม่ได้ ขณะเดียวกันจะบอกว่าไม่เค็มก็เป็นไปไม่ได้อีกเหมือนกัน ฉะนั้น...โปรดเข้าใจด้วยว่าเป็นเพราะอะไร


ถาม : แล้วการอาราธนาวัตถุมงคลที่มีมวลสารของตะกรุดมหาสะท้อน เช่น พระกริ่งปลดหนี้เนื้อเงินให้เป็นมหาสะท้อนนั้น ใช้บท เม สัมมุกขา สัพพาหะระติ เตสัมมุกขา หรือใช้อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตังฯ ครับ ?
ตอบ : ถ้าจะเอามหาสะท้อนก็ใช้ เม สัมมุกขาฯ

เถรี 13-11-2017 09:31

ถาม : สตรีที่บรรลุธรรมตั้งแต่พระอนาคามีขึ้นไปจะสามารถดำรงขันธ์อยู่ได้ หรือต้องละขันธ์ภายใน ๓ วัน ๗ วันคะ ? เพราะเรื่องการบรรลุธรรมเป็นเรื่องของจิตไม่เกี่ยวกับกาย หนูจึงไม่เข้าใจค่ะ ?
ตอบ : ถ้าเป็นพระอนาคามีก็ยังอยู่ได้ แต่ก็คงอยู่ในลักษณะที่สร้างเวรสร้างกรรมให้กับคนที่ไม่รู้อีกมาก ถ้าใครมาถึงตรงจุดนี้ วิธีที่ปลอดภัยก็คือรีบบวชเป็นแม่ชีเสีย เพราะแม่ชีเป็นเพศที่คนทั่วไปให้การเคารพ จะได้ไม่ล่วงเกินด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ

แต่ถ้าเป็นถึงพระอรหันต์ไม่เกิน ๗ วัน ตายแน่นอน เพราะว่าอยู่แล้วเป็นโทษใหญ่กับคนอื่น แค่เพื่อนที่ไม่รู้เรื่องอะไรตบหลังป้าบเดียว เจ้านั่นก็ซวยไป ๕๐๐ ชาติแล้ว เราลองคิดดูว่า การล่วงเกินเพียงเล็กน้อย โทษยังหนักขนาดนั้น ถ้าเป็นการล่วงเกินที่หนักกว่านั้น โทษจะขนาดไหน ? ดังนั้น...ความดีของท่านมีมากเกินไป จึงไม่สมควรจะอยู่เป็นโทษเป็นทุกข์แก่คนอื่น จึงต้องตัดให้ตายไป

เถรี 13-11-2017 10:01

ถาม : ในขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่ในรถ ผมก็นึกถึงภาพพระพุทธรูปไปเรื่อย ๆ ตอนแรก ๆ ไม่เห็นอะไร ส่วนลมหายใจก็ปล่อยไปตามปกติไม่ไปบังคับ รู้ลมบ้างไม่รู้บ้าง พอพยายามนึกถึงพระพุทธรูปไปเรื่อย ๆ จิตก็เริ่มคิดไปว่าตอนนี้เรามีพระพุทธรูปเป็นที่พึ่ง ท่านอยู่กับเรา คิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อยู่ ๆ ก็ปรากฏว่าเห็นภาพเป็นพระพุทธรูปสีทองสวยงามมาก แวบขึ้นมาในจิต เห็นชัดเจนมาก และพร้อมกันนั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งรอบข้างนั้นหายไป อยู่ดี ๆ พระพุทธรูปและบรรยากาศรอบข้างก็เข้ามาแทนที่ตรงที่ผมอยู่ขึ้น พร้อมกับลมหายใจก็กำลังจะหายไปด้วย รู้สึกเหมือนอีกนิดเดียวก็จะขาดใจแล้ว เป็นเวลาแค่ชั่ววินาที แต่ความรู้สึกนั้นชัดเจนมาก

พอรู้สึกอย่างนั้น ผมก็ตกใจกลัว ลืมตาขึ้นทันที ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเริ่มทำอีก ก็รู้สึกเหมือนเดิมอีก เหมือนลมหายใจจะหายไป ก็เลยเลิกทำไป ไม่ทราบว่า เหตุการณ์ที่ผมเจอนี้มันคืออะไรครับ ?

ตอบ : คือความโง่ของเราเอง...! ทำต่อไปอีกหน่อยก็ทรงฌานในพุทธานุสติแล้ว ดันไปกลัวตายเพราะหายใจไม่ออก

ลักษณะนั้นเขาเรียกว่าพุทธานุสติ คือการตามระลึกถึงความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อสภาพจิตทรงตัวถึงระดับหนึ่ง ก็ปรากฏภาพของท่านขึ้นในลักษณะเป็นอุคหนิมิต ถ้าหากเราสามารถรักษาสติต่อเนื่องตามกันโดยไม่กลัว หรือไม่หวั่นไหว สภาพจิตก็จะทรงเป็นฌานไปได้

คราวนี้พอสภาพจิตเราจะทรงเป็นฌาน ลมหายใจจะละเอียดขึ้นจนเหมือนไม่มี เรากลับไปกลัว ก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าถ้าครั้งหน้าทำแล้วอยากได้ก็จะไม่ได้อีก ทำอย่างไรที่จะไม่อยากและทำไปเรื่อย ๆ ถึงจะได้ใหม่


ถาม : และการฝึกสมาธิโดยการนึกถึงแต่ภาพพระโดยไม่ต้องสนใจลมหายใจ เป็นการฝึกที่ถูกต้องไหมครับ ?
ตอบ : ไม่ถูก ยกเว้นว่าต้องการแค่อนุสติ คือ การตามระลึกถึง ถ้าต้องการสมาธิที่สูงขึ้นไป อย่างไรก็ต้องมีลมหายใจประกอบด้วย

เถรี 13-11-2017 19:27

ถาม : ตอนที่เรากำลังมีเรื่องกับใครบางคน เพราะเขาคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเราตลอด ทำไมเราถึงเห็นใบหน้าเขาชัดเจนเลยครับ ไม่ได้เห็นด้วยตานะครับ เป็นแบบเห็นในใจแต่ชัดเจนมาก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจนึกถึงเลย ?
ตอบ : ความมุ่งมั่นของใจที่กำหนดจดจำว่า "ไอ้เจ้านี่เป็นศัตรูของเรา" ทำให้สามารถนึกถึงเขาได้อย่างชัดเจน ถ้าเราเอาความมุ่งมั่นในระดับเดียวกันมานึกถึงภาพพระก็คงจะได้ดีไปนานแล้ว

ถาม : พอผมมาศึกษาเรื่องกสิณ ที่บอกว่าให้ฝึกเพ่งกสิณโดยการจำภาพกสิณให้ติดตา ไม่ทราบว่าลักษณะของภาพที่ติดตานั้น เป็นแบบเดียวกับที่เห็นภาพใบหน้าคนที่เราไม่ชอบใช่ไหมครับ ?
ตอบ : แบบเดียวกัน

เถรี 13-11-2017 19:49

ถาม :โยมอาศัยอยู่ในประเทศหนึ่งในยุโรปที่มีการเก็บภาษีสูงมาก แต่ก็มีรัฐสวัสดิการที่ดีเช่นกัน ทุกคนที่สิทธิ์ในการรักษาพยาบาลฟรี ทุกคนจะมีที่อยู่อาศัย ทุกคนจะมีอาหารกิน คนเร่ร่อนก็จะมีที่พักให้พักฟรีและมีอาหารสามมื้อแจกฟรี พร้อมยังมีเงินรายวันให้ใช้จ่าย ที่นี่แม้แต่สัตว์จรจัดก็ไม่มี คนตกงานก็ได้รับเงินชดเชยจากรัฐ

สรุปที่ประเทศนี้ไม่มีความอนาถาให้ทำทานบารมี แม้แต่บางทีจะให้อาหารเป็ดป่า หงส์ป่าตามคลอง ทางเจ้าหน้าที่ก็ติดป้ายประกาศห้ามให้อาหาร เพราะจะทำให้สัตว์ขี้เกียจ ท้ายที่สุดก็จะออกหากินเองไม่เป็น โยมอยากขออนุญาตถามหลวงพ่อว่า ในกรณีเช่นนี้เราจะหมดโอกาสทำทานบารมีใช่ไหมคะ ?

ตอบ : ถ้าสบายก็ไม่ต้องกิน ไม่ต้องถ่าย ถ้ายังต้องกินต้องถ่ายอยู่ แสดงว่ายังไม่สบายจริง

ในส่วนของทานบารมีก็ยังมีจาคานุสติ คือระลึกอยู่เสมอว่า ถ้ามีโอกาสเราจะให้ ไม่ได้แปลว่าต้องลงมือทำแล้วสำเร็จ เราก็สามารถใช้ในส่วนของจาคานุสติแทนที่จะเป็นทานบารมีได้ ขณะเดียวกันในส่วนของกองบุญการกุศลอื่น ๆ ก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาศีลที่มีอานิสงส์มากกว่าเป็นร้อยเท่า หรือการเจริญภาวนาที่มีอานิสงส์มากกว่าการเจริญรักษาศีลจนประมาณไม่ได้ ทำไมจึงต้องไปเน้นในเรื่องของการให้ทานด้วย ?


ถาม :ในกรณีของโยม ณ ปัจจุบันครอบครัวโยมไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ แต่เป็นกลุ่มที่จ่ายภาษีในอัตราสูง และเงินภาษีนี้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือกลุ่มคนที่เปราะบางและอ่อนแอ จะสามารถถือว่านี่คือการทำทานได้ไหมคะ ?
ตอบ : ถ้าไม่ได้เจตนาไว้ก่อน ก็ไม่ถือว่าเป็นทาน เพราะว่าบุญกุศลหรือเวรกรรมทุกอย่างเกิดจากเจตนาเป็นหลัก

เถรี 13-11-2017 19:54

ถาม : ดิฉันอยากทราบว่าเวลาที่คนอื่นมาพูดเสียดสี ล้อเลียน เรื่องรูปลักษณ์ ดิฉันควรวางกำลังใจอย่างไรดีคะ ? ควรจะบอกกับตัวเองอย่างไรเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ? เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก็จะคิดเสมอว่า ถ้าดิฉันมีโอกาสทำศัลยกรรม พวกเขาก็จะมาพูดอะไรแบบนี้ไม่ได้อีก แต่ในเมื่อการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเพราะเป็นการฝืนกฎแห่งกรรม ดิฉันก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปทำค่ะ

ตอบ : ก็แค่รักษากำลังใจว่า "ถึงจะอ้วน เตี้ย สั้น แต่กูมั่นใจ...!" ก็จบแล้ว

เขาเรียกว่า ถือคำพูดคนอื่นเป็นประมาณ คิดปรุงแต่งให้เกิดโทษเกิดทุกข์แก่ตัวเอง ก็ไม่ต้องไปโทษใคร แค่หยุดคิดก็จบแล้ว รูปธรรมนามธรรม สัพเพ สังขารา อนิจจา ท้ายสุดก็ตายเหมือนกันหมด ไม่ต้องไปกังวลอะไรมากมาย

เถรี 13-11-2017 19:56

ถาม : ขณะที่ผมทำงานหนัก ๆ ป่วยมาก ๆ ผมนึกอยากจะไปพระนิพพานมาก แต่ติดเรื่องต้องตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยการเป็นพระพุทธเจ้า ผมต้องทำอย่างไรต่อไปครับ ? กลัวจะเห็นทุกข์แบบหลวงปู่วัดท่าซุง
ตอบ : ก็ลา...อยากไปก็ลา จะได้ไปได้

เถรี 13-11-2017 20:00

ถาม : ผมรู้สึกว่า ตัวเองอาจจะเคยฆ่าคนหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นไว้ในชาติก่อน แล้วกรรมอาจจะติดตามมาในชาตินี้ โดยเฉพาะเรื่องภัยธรรมชาติ เลยว่าจะย้ายบ้านหนีไปอยู่ต่างจังหวัดที่น่าจะปลอดภัย แบบนี้จะพอหนีกรรมได้ไหมครับ ?
ตอบ : ไม่มีใครหนีกรรมพ้น ลองไปดูในเรื่องของพระ ๓ ชุด แต่ละท่านสร้างเวรกรรมกันมา ไปลอยเรืออยู่กลางทะเลก็ไม่พ้น อยู่ในถ้ำก็ไม่พ้น บินอยู่ในอากาศก็ไม่พ้น ในเมื่อไม่พ้นก็ไม่ต้องถามว่าอยู่จังหวัดไหนจึงจะปลอดภัย เพราะว่าตายเหมือนกัน..!

เถรี 13-11-2017 20:18

ถาม : พอดีไปเจอภาพถ่าย "สะพานข้ามลงกา" ที่พระรามใช้ให้ทหารลิงช่วยกันถมทะเลเพื่อบุกเมืองลงกา เห็นแล้วตกใจมากครับ ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง แต่พอมาคิด ๆ ดูแล้ว ในเมื่อหนุมานมีฤทธิ์มาก ทำไมไม่ขยายร่างกายให้ใหญ่โต แล้วขนเหล่าทหารลิงที่เหลือข้ามฝั่งไปเลย น่าจะเร็วกว่า ทำไมต้องสร้างสะพานข้ามทะเลให้เสียเวลาด้วยครับ ?
ตอบ : ก็เพราะว่าหนุมานฉลาดกว่าคุณ...! ก็จึงค่อย ๆ สร้างสะพานข้ามทะเล เราลองนึกว่าถ้าทำวิธีนั้น กับการให้พลทหารลิงช่วยกันสร้างถนน แล้วยกขบวนข้ามไปอย่างสง่าผ่าเผย อย่างไหนจะสมเกียรติยศกษัตริย์มากกว่ากัน ?

เถรี 13-11-2017 20:25

ถาม : ผมพยายามฝึกสมาธิมาเสมอ แต่ปรากฏว่าก็มีคนที่ไม่ชอบใจผม หาว่าผมทำตัวแปลกแยก ไม่เข้าสังคม ผมก็ว่าผมก็ไม่ได้ทำตัวแปลกแยกอะไรมาก แค่คุยน้อยลงเท่านั้น เพราะถ้าคุยมากรู้สึกว่าฟุ้งซ่านเกินไป ไม่ทราบว่าผมทำตัวแปลกแยกเกินไปไหมครับ ?
ตอบ : ก็ถ้าไม่เกินไปเขาก็ไม่ว่า นี่แสดงว่าเกินไปแล้วแน่ ๆ..!

เถรี 13-11-2017 20:47

ถาม : ฤกษ์เสกหุ่นพยนต์ คือ ฤกษ์วันพฤหัสบดี เดือน ๙ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีวอก ผมได้ไปไล่ดูฤกษ์มาแล้วคือตรงกับ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๘๓ ครับ ไม่ทราบว่าถ้าต้องการจะเสกหุ่นพยนต์ในฤกษ์นี้ เราจะต้องมีสมาธิระดับไหนและต้องทำอย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : เรื่องสมาธิถ้าได้สมาบัติแปดก็ยิ่งดี แต่ถ้าไม่ถึงระดับนั้น อันดับแรกหาวัสดุในการสร้างหุ่นพยนต์ให้ได้ก่อน ส่วนใหญ่ที่เขาหาคือ สีผึ้งที่ปิดหน้าผีตายวันเสาร์เผาวันอังคาร สมัยนี้ไม่ค่อยจะเจอแล้ว ส่วนใหญ่เขาฉีดยาแล้วใส่โลงเย็น ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนองไหลออกจากทวารทั้ง ๗ เหมือนก่อนนี้ จึงไม่ค่อยเอาสีผึ้งปิดหน้ากัน


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:50


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว