PDA

View Full Version : เรื่องของคน ๒ คน


เถรี
05-03-2009, 02:45
งานแจกรางวัลสุพรรณหงส์ คนที่ไปร่วมงานแต่งตัวโป๊กันสุดฤทธิ์ ไม่ทราบว่าในสายตาคนทั่วไปแล้วเขารู้สึกอย่างไร ถ้าในสายตาอาตมา เหมือนเขาลดคุณค่าตัวเอง โดยเฉพาะคนไทยเรา ถ้าไม่สิ้นสติจนหน้ามืด อะไรที่ออกสไตล์ฝรั่งจนเกินไป เขารับไม่ได้หรอก เพราะไม่มีความเหมาะสม เหมือนเขาสร้างราคาให้กับตัวเอง แต่ในสายตาเรากลับเป็นการลดราคา เรื่องความเซ็กซี่นั้นควรเป็นเรื่องของคน ๒ คน ไม่ควรจะเกินนั้น

นึกถึงอาจารย์ ช. ศรีนอก เป็นนักเขียนกลอน จริง ๆ ชื่อ ดร.สมชัย ศรีนอก เขาบอกว่า เมียจะคลอดทีไร เขาต้องสั่งหมอพิเศษทุกที
อาตมาถามว่าทำไม ? เขาบอกว่า "ผมทนไม่ได้หรอก ที่จะให้พวกนักศึกษาแพทย์ มารุมดูอะไร ๆ ของเมียผม ไม่อย่างนั้นเขาก็เห็นเมียเราเป็นที่ศึกษาของเขา เดี๋ยวคนนั้นก็มาดู คนนี้ก็มาดู ต่อให้คนมาดูเป็นผู้หญิงด้วยกัน เมียผมก็อายเป็น.." เพราะฉะนั้น..เรื่องแบบนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้น

ถ้าเรานึกถึงพระพุทธเจ้า ท่านกล่าวเอาไว้ว่า การแสดงออกของผู้หญิงที่แสดงถึงความปรารถนาทางเพศ มีอะไรบ้าง? เช่น การยิ้ม การร้องเพลง การเปิดเผยอวัยวะ จนกระทั่งการอุ้มชูกอดเด็ก ท่านบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ระบุถึงเรื่องนี้ทั้งหมด สิ่งที่ท่านตรัสเอาไว้ ไม่มีอะไรผิดพลาดหรอก

เรื่องลักษณะนี้สำหรับสังคมบ้านเรา รับเอาวัฒนธรรมเข้ามาโดยไม่มีความยั้งคิด แม้กระทั่งในปัจจุบันโฆษณาก็เน้นความขาว คนไทยเราดำนะขอยืนยัน สยามมาจากคำว่า ดำ แปลว่า ดำตรง ๆ เลย ถ้าหากไม่ดำ ไม่ใช่สยาม พวกขาว ๆ นี่มีเชื้อจีนทั้งนั้น

เพราะฉะนั้น..ที่โฆษณาอยู่ทุกวันนี้ มีแต่จะทำให้คนหยิบโหย่ง สำรวย ขี้เกียจ โดนแดดไม่ได้ โดนแล้วเดี๋ยวดำ ถ้าหากเราทำให้เด็กหยิบโหย่ง สำอาง ต่อไปจะเอาตัวไม่รอด ทำอะไรไม่เป็น พูดง่าย ๆ ถ้ากระเด็นไปอยู่เกาะ กลางป่ากลางทะเลคนเดียว มีสิทธิ์ตายได้เลย ต่อให้มีอาหารกองอยู่ตรงหน้า ก็ทำไม่เป็น และบุญเขาก็ไม่ได้ดีขนาดพระอนุรุทธเสียด้วย

พระอนุรุทธบุญท่านสุดยอดจริง ๆ เขาถามว่า ภัตรเกิดจากไหน? (ภัตรก็คืออาหาร) ถามว่า อาหารเกิดจากไหน ? ท่านหนึ่งบอกว่าเกิดในนา เพราะเคยเห็นเกิดเป็นต้นข้าวอยู่ อีกท่านหนึ่งบอกว่าอยู่ในยุ้ง พระอนุรุทธบอกว่า เกิดในจาน แม้กระทั่งเขาทำอย่างไรพระอนุรุทธยังไม่เคยเห็น เห็นเฉพาะตอนเสร็จแล้ว มาวางอยู่ในจานให้เลย เพราะฉะนั้น..ถ้าหากลูกหลานบุญไม่ได้ถึงขนาดพระอนุรุทธ ช่วยชี้แจงด้วยนะ เดี๋ยวจะอดตายเสียเปล่า ๆ


พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
เทศน์ ณ บ้านอนุสาวรีย์
เดือนมีนาคม ๒๕๕๒

เถรี
05-03-2009, 04:32
หลวงพ่อเล็กบอกให้ไปค้นดูว่า มารยาหญิงที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ๔๐ ข้อ มีอะไรบ้าง เถรีหามาได้ดังนี้ค่ะ

๑. สะบัดสะบิ้ง
๒. ก้มลง
๓. กรีดกราย
๔. ชะมดชะม้อย
๕. เอาเล็บดีดเล็บ
๖. เอาเท้าเหยียบเท้า
๗. เอาไม้ขีดแผ่นดิน
๘. ชูเด็กขึ้น
๙. ลดเด็กลง
๑๐. เล่นเอง
๑๑. ให้เด็กเล่น
๑๒. จูบเอง
๑๓. ให้เด็กจูบ
๑๔. รับประทานเอง
๑๕. ให้เด็กรับประทาน
๑๖. ให้ของเด็ก
๑๗. ขอของคืน
๑๘. ล้อเลียนเด็ก ( กตมนุกโรติ : ย่อมทำตามซึ่งกรรมอันเด็กกระทำแล้ว )
๑๙. พูดดัง
๒๐. พูดค่อย
๒๑. พูดลี้ลับ
๒๒. พูดคำเปิดเผย
๒๓. ทำนิมิต-เครื่องหมาย (นิมิตฺตํ กโรติ )
ด้วยการฟ้อนรำ
ด้วยการขับ
ด้วยการประโคม
ด้วยการร้องไห้
ด้วยการเยื้องกาย
ด้วยการแต่งตัว
๒๔. ซิกซี้
๒๕. จ้องมองดู
๒๖. สั่นสะเอว
๒๗. ยังของลับให้ไหว
๒๘. ถ่างขา
๒๙. หุบขา
๓๐. แสดงถัน
๓๑. แสดงรักแร้
๓๒. แสดงสะดือ
๓๓. ขยิบตา
๓๔. ยักคิ้ว
๓๕. เม้มริมฝีปาก
๓๖. แลบลิ้น
๓๗. เปลื้องผ้า
๓๘. นุ่งผ้า
๓๙. สยายผม
๔๐. เกล้าผม


อัฏฐกถาชาดก ๘ / ๒๖๖

เห็นหนุ่ม ๆ แถวนั้นบอกว่า แค่ ๒-๓ ข้อก็จะแย่แล้ว นี่มีตั้ง ๔๐ ข้อ :onion_eiei:

มุนินา
04-03-2010, 23:54
อ่านแล้วนึกถึงดาราไทยสมัยนี้จัง
ไม่ว่าจะเป็นละคร หรือรายการโทรทัศน์
ใส่สั้นกันมาก ๆ บ้างก็ใส่เสื้อเปิดเผยสัดส่วน
บางทีดูแล้วก็รู้สึกขัดตาอย่างไรชอบกลค่ะ

เดี๋ยวนี้ก็มองกันเป็นเรื่องชินตาไปแล้ว
ไปไหนมาไหนก็เห็นแต่คนใส่สั้น นุ่งสั้น

สงสารเด็ก ๆ สมัยนี้จังเลยค่ะ
การแต่งตัวแบบนั้นจะเป็นการล่อเสือล่อตะเข้
เป็นการนำภัยมาถึงตัว โดยไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ