PDA

View Full Version : ลีลาพระโพธิสัตว์ในความเป็นพระภิกษุ


หนุมานเชิญธง
28-11-2009, 12:50
ลีลาพระโพธิสัตว์ในความเป็นพระภิกษุ พระราชกวี (อ่ำ ธมฺมทตฺโต)

http://image.ohozaa.com/iw/7rv0f.jpg (http://image.ohozaa.com/show.php?id=e16d5c01e9dd84881f3d0f90a387b8cc)
พระราชกวี (อ่ำ ธมฺมทตฺโต) พระภิกษุผู้เป็นพระโพธิสัตว์ร่วมสมัยกับพวกเรา มีความเที่ยงแท้ต่อพระโพธิญาณ เพราะได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้วว่า จะได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๑๐ ทรงมีพระนามว่า พระสุมงคลสัมมาสัมพุทธเจ้า ชีวิตในภพชาติของท่าน เป็นฆราวาสอยู่เพียง ๑๖ ปี จากนั้นหันหน้าเข้าหาพระพุทธศาสนา บำเพ็ญเนกขัมมบารมีโดยเป็นสามเณร ๔ ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ๕๘ ปี รวมชีวิตในเพศพรหมจรรย์ ๖๒ ปี ท่านละสังขารไปตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๕

ระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เป็นพระเถระสำคัญในวัดโสมนัสวิหาร คนทั่วไปหรือแม้แต่คนในวัดโสมนัสวิหาร รับรู้แต่เพียงว่า ท่านเป็นพระราชาคณะหรือเจ้าคุณเท่านั้น ไม่รู้หรอกว่าหลวงพ่อเจ้าคุณอ่ำหรือพระราชกวีรูปนี้ ท่านปรารถนาพุทธภูมิ มาให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางก็ตอนที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เปิดม่านที่ปกปิดปฏิปทาพระโพธิสัตว์ให้ลูกศิษย์ของท่านได้รับรู้ ดังบางตอนที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำพูดไว้ดังนี้

“เจ้าคุณพระราชกวี วัดโสมนัสวิหารองค์นี้ ท่านปรารถนาพุทธภูมิ ความจริงยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยนะ แต่ก็มีจิตใจยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน อาตมาก็ยอมรับนับถือท่าน ท่านก็ยอมรับนับถืออาตมา ต่างคนต่างฝากข่าวไปหากัน พบกันแค่ข่าว ถึงกระนั้นก็ดี แต่ว่าข่าวของอาตมากับข่าวของท่านนั้นตรงกัน รู้สึกตรงกัน จะหาว่าบ้าก็บ้าเสมอกัน หากว่าดีก็ดีเสมอกัน ท่านเจ้าคุณพระราชกวีท่านปรารถนาพุทธภูมิ การปรารถนาพุทธภูมินี่ไม่ใช่พระอรหันต์ แต่ว่าอย่าลืมนะ การปรารถนาพุทธภูมินี่ปรารถนาจริง ๆ มันต้องครบทุกอย่าง เพราะปรารถนาพุทธภูมิเพื่อความเป็นครู ทั้งหลักสูตร สุกขวิปัสสโก เตวิชโช ฉฬภิญโญ ปฏิสัมภิทัปปัตโต ต้องรู้ทั้งหมด เพราะอะไร เพราะพระคอยบอก”

หนุมานเชิญธง
28-11-2009, 22:05
คำพูดของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำทั้งหมดนี้ ความสำคัญอยู่ที่ประโยคสุดท้ายตรง “พระคอยบอก” เนื่องจากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำพูดอยู่เสมอว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด หรือเสด็จมาเพื่อทรงแนะนำให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ คนส่วนหนึ่งเกิดความสงสัยว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อนิพพานแล้วก็ต้องสูญ จะเสด็จมาทำไม หลวงพ่อคอยอึดอัดกับคำพูดเหล่านี้มาก จึงพยายามหาพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ เพื่อยืนยันในสิ่งที่ท่านพูด ก็เห็นหลวงพ่อพระราชกวี วัดโสมนัส ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ปรารถนาพระโพธิญาณ เป็นพระจริงพระแท้ที่พูดความสัตย์ความจริง และอยู่คนละสาย คือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำอยู่มหานิกาย ส่วนหลวงพ่อพระราชกวีท่านอยู่สายธรรมยุต โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำพูดว่า

“ถ้าใครสงสัยที่อาตมาพูดว่าพระพุทธเจ้ามีจริง พระพุทธเจ้าบอกอย่างนั้น พระพุทธเจ้าบอกอย่างนี้ ถ้าจะบอกว่าพระพุทธเจ้าทรงนิพพานไปแล้ว มีความสูญ ขอให้ไปถามเจ้าคุณพระราชกวีได้ หรือไปถามคนที่เขาปฏิบัติได้ให้ได้จริง ๆ แล้วกัน ที่เขาทำทิพจักขุญาณได้ก็ดี ทำอภิญญาได้ก็ดี เขาตอบได้แน่นอน”

การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของหลวงพ่อพระราชกวีโดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำครั้งนี้ อยู่ในช่วงสุดท้ายของหลวงพ่อพระราชกวีแล้ว คนทั้งหลายจึงบ่นเสียดายที่ท่านปกปิดตัวเอง ไม่ยอมแพร่งพรายให้สาธารณชนรับรู้ ตามคำยืนยันของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ จับใจความได้ว่า ท่านไม่ได้มุ่งพระอรหันต์ แต่มุ่งพระพุทธภูมิ

ท่านหลวงพ่อพระราชกวีไม่ละเลยในการอบรมสั่งสอนสานุศิษย์ของท่าน ให้รู้จักคำสอนแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ในหนังสือวิชาการทางพระพุทธศาสนาที่ทรงคุณค่ายิ่ง ที่ท่านตั้งชื่อว่า “สมณธรรม” เป็นแสงสว่างส่องทางเดิน หรือ สะพานทอดสู่มรรคผลนิพพานโดยตรง หากใครลงมือปฏิบัติตาม หรือปรารถนาจะบรรลุมรรคผลนิพพานในปัจจุบันชาตินี้ ก็สามารถที่จะลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเอง บอกรายละเอียดการปฏิบัติเบื้องต้น ทั้งสมถะและวิปัสสนาไว้ชัดเจน เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักปฏิบัติใหม่ ท่านผู้รู้ชมว่า นี่แหละคือของจริงของแท้ ที่ท่านเจ้าคุณราชกวีนำออกมาตีแผ่ ขอคัดมาให้อ่านบางตอนดังนี้

“พระพุทธเจ้าตรัสว่า มีสติคือการนึกตั้งเฉพาะหน้า คราวนี้จะปรากฏความรู้สึก ๔ ประการ คือ นึกหรือระลึก เรียกว่าสติ รู้สึกชัดทราบชัดว่ากำลังนึกอยู่ เรียกว่าสัมปชัญญะ ทั้งนึกและรู้สึกตัวนึกอยู่นั้น ก็ยังมีธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง ลอดหรือเล็ดออกไปเกาะหรือนำซึ่งสิ่งใดอื่นมาปรากฏ หรือออกไปในที่ใด ๆ อื่น สิ่งนี้เรียกว่าจิตตะคือใจ กระนี้ก็ยังอาจไม่สงบได้ จึงต้องมีการกระทำให้มีอีก(ภาวนา) และการนี้เรียกว่ากรรมฐาน คือที่ตั้งการกระทำของสติสัมปชัญญะและใจ”

หลวงพ่อพระราชกวีเคยพูดกับศิษย์ของท่าน ที่ขอร้องให้ท่านช่วยสอนกรรมฐานแก่สาธุชน เพราะเห็นทำเลวัดโสมนัสเป็นสัปปายะ มีความเหมาะสมทุกประการ โดยท่านพูดว่า “ถ้าเราจะทำก็ทำได้ แต่เราไม่ทำ เขาให้เรามาเกิด ไม่ให้มาทำหน้าที่นี้” แสดงให้เห็นว่า ท่านรู้จักหน้าที่ของท่าน คือการบำเพ็ญเนกขัมมบารมีในชาตินี้ในฐานะพระโพธิสัตว์ ขณะเดียวกันก็เอื้อประโยชน์แก่สาธุชน ผู้ใฝ่ใจใคร่รู้แนวทางปฏิบัติให้บรรลุมรรคผลนิพพานตามหลักพระพุทธศาสนา

หนุมานเชิญธง
29-11-2009, 23:38
สมเด็จพระวันรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร เจ้าประคุณสมเด็จเป็นพระรัตตัญญูแห่งยุครูปหนึ่ง เขียนคำไว้อาลัยในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อเจ้าคุณราชกวีว่า “เมื่อข้าพเจ้ามาอยู่วัดโสมนัสวิหาร พระราชกวียังเป็นสามเณร กำลังเรียนบาลี สอบได้ถึง ปธ. ๖ ได้ตั้งให้เป็นครูใหญ่ พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะสามัญที่พระธรรมวงศ์เวที พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ที่พระราชกวี เวลาที่ข้าพเจ้าไม่อยู่ ได้มอบหมายให้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส ความเป็นไปในวัดเรียบร้อยเป็นปกติทุกครั้ง แม้เป็นเวลานาน ๆ ก็ตาม เพราะมีผู้ช่วยและผู้รักษาการแทนที่สามารถ และขอตั้งให้เป็นอุปัชฌาย์ ได้ให้บรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรแทน แต่ในหน้าที่พระกรรมวาจาจารย์แล้ว พระราชกวีสวดได้ดีมาก ถูกต้องชัดเจนในภาษาบาลีและไพเราะมาก”

หลวงพ่อพระราชกวี เป็นผู้ซื่อตรงต่อเวลามาก บทบาทในการสอนหนังสือในห้องเรียน เหมือนกับอาจารย์เสถียร โพธินันทะ (ท่านผู้นี้ปรารถนาพุทธภูมิเช่นกัน) ระหว่างที่บรรยายพระสูตร หรือวิชามหานิกายที่มหาวิทยาลัยสงฆ์มหามงกุฎ ฯ เมื่อเสียงออดบอกเวลาดังขึ้น ถ้าเป็นชั่วโมงสอนของท่าน จะเห็นหน้าอาจารย์เสถียร โผล่มาปรากฏที่หน้าห้องทันที พอหมดเวลาก็เช่นกัน เมื่อเสียงออดดังขึ้นท่านจะไม่โอ้เอ้ เดินออกจากห้องทันทีเหมือนกัน พระธรรมวิสุทธิกวีเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน (ศิษย์ของท่านรูปหนึ่ง) บอกว่า “ท่านเจ้าคุณพระราชกวี ผู้อาจารย์ท่านสอนหนังสือเอาจริงเอาจัง ตรงต่อเวลาและไม่ขาดสอน ปฏิเสธการรับนิมนต์ในชั่วโมงสอนของท่าน ถือว่าการสอนสำคัญกว่ากิจนิมนต์ ท่านตรงต่อเวลา รวดเร็ว ไม่ชักช้า ไม่ว่าในด้านกิจนิมนต์ หรือสอนหนังสือ ไม่ต้องให้ใครมารอท่าน ท่านจะมาถึงก่อนเสมอ พระราชกวีใช้วิชาสืบค้นหาแหล่งวัตถุโบราณบ้านคูบัว แหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งวันหนึ่งข้างหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามพยานหลักฐานที่ท่านค้นพบ ท่านค้นพบ กเบื้องจาร (เขียนศัพท์นี้ตามท่าน) ข้อความตอนนี้ขออนุญาตคัดจากสำนวนเขียนของท่านเจ้าคุณพระธรรมวิสุทธิกวีครั้งเป็นพระราชวิสุทธิกวีดังต่อไปนี้

หนุมานเชิญธง
30-11-2009, 10:49
“พระธรรมทูตที่พระเจ้าอโศกมหาราช ส่งมายังสุวรรณภูมิในพุทธศตวรรษที่ ๓ นั้น ไม่ใช่มีเพียง ๒ รูป คือ พระโสณะและพระอุตตระเท่านั้น แต่มีถึง ๕ รูป โดยมีรายชื่อดังนี้ พระโสณะ พระอุตตระ พระฌานียะ พระภูริยะ และพระมูนียะ แต่พระโสณะและพระอุตตระเป็นหัวหน้า เพราะถ้ามา ๒ รูป จะทำสังฆกรรรมเช่นสวดปาติโมกข์และอุปสมบทกุลบุตรไม่ได้ เรื่องนี้นับว่าน่าคิด ซึ่งหลักความจริงน่าจะเป็นอย่างนี้ แต่ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเท่าที่ค้นพบมาก่อนนั้น มีแต่พระโสณะและพระอุตตระเท่านั้น เมื่อท่านมาค้นพบว่ามีถึง ๕ รูปโดยปรากฏตาม กเบื้องจาร ที่ท่านค้นพบเช่นนี้ นับเป็นสิ่งที่มีเหตุผล และน่าค้นคว้าเพิ่มเติมสำหรับนักประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง”ลีลาพระโพธิสัตว์ในความเป็นพระภิกษุก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้http://image.ohozaa.com/iz/icon4.gif (http://image.ohozaa.com/show.php?id=f6eb40402a34da7fd185f5cbfb55a402)

คัดลอกมาจาก จากนิตยสารน่านฟ้า ฉบับที่ ๓๑ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒

ตั้มศักดิ์
12-05-2010, 10:56
ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ในเว็บพลังจิตนะครับ

นิพพานเลิศ
12-05-2010, 23:11
ผมเคยอ่านหนังสือของหลวงพ่อพระราชกวีที่ท่านเขียนไว้แล้วครับ เนื้อหาละเอียดมาก ๆ หลักฐานครบถ้วนอ้างอิงมากมาย เท่าที่จำได้ท่านอธิบายถึงต้นกำเนิดของโลก กำเนิดของมนุษย์ว่ามาจากพรหม และก็มีน้ำท่วมโลกและอีกหลายอย่างที่อ่านแล้วก็ไม่น่าเชื่อ(เพราะปัญญาน้อย)บางอย่างก็จะตรงกับคำสอนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้เคยสอนไว้ในหนังสือบางเล่ม แต่อ่านไปแล้วก็ไม่ค่อยจะจำเพราะยากเกินกว่าปัญญาของผมจะจำได้ แต่ก็ทำให้เข้าใจประวัติของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยได้ดีขึ้นมาก และทำให้รู้ว่าความรู้ที่ฝรั่งรู้(และทำให้คนไทยบางคนเชื่อ)มันเทียบไม่ได้กับความรู้ทางพุทธศาสนาเลยแม้แต่นิดเดียว

ปราโมทย์
14-05-2010, 10:59
อยากอ่านครับ หาได้ที่ไหนครับ

นางมารร้าย
14-05-2010, 12:33
:d16c4689: "พุทธสาสนสุวัณณภูมิปกรณ์" หาซื้อได้ที่วัดโสมนัสค่ะ

เด็กเมื่อวานซืน
14-05-2010, 13:15
:d16c4689: "พุทธสาสนสุวัณภูมิปกรณ์" หาซื้อได้ที่วัดโสมนัสค่ะ

ติดต่อที่ท่านพระสิริปัญญามุนี(เต็ม)คณะ ๑ วัดโสมนัสฯ ครับ

ไม่เช่นนั้นก็ต้องลองไปดูตามห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างเช่นที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ ฯลฯ เป็นต้น

เด็กเมื่อวานซืน
14-05-2010, 13:17
:d16c4689: "พุทธสาสนสุวัณภูมิปกรณ์" หาซื้อได้ที่วัดโสมนัสค่ะ

ถ้าจำไม่ผิดจะใช้ ณ.เณร สองตัวนะครับ

สุวรรณชาติ
14-05-2010, 13:30
เบอร์โทรที่วัดโสมนัสครับ ๐๒-๒๘๑๑๔๘๑
ราคาน่าจะอยู่ประมาณเล่มละ ๘๐๐ บาทครับ

พระสุพิน
01-07-2010, 19:06
ขออนุญาตนำไปเผยแผ่ที่ เว็บวัดเทียบศิลารามดอทเน็ต นะโยม